กางกฎก.ตร. ประกาศใช้วันนี้ เปิดทางให้โยกตำรวจไปประจำหรือสำรองราชการตามเหตุระบุไว้

24.09.26 | 18:14 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569 ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ


กฎก.ตร.ฉบับนี้กำหนดว่า เมื่อใดตำรวจจะถูกสั่งให้ไปทำงานประจำหรือสำรองราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะดูแลตำแหน่งกับสิทธิของตำรวจคนนั้นอย่างไร โดยใช้แทนกฎก.ตร.เดิมปี 2548

1. กรณีที่สั่งให้ “ประจำ”ได้ (คือให้ไปดำรงตำแหน่งและทำงานในส่วนราชการที่กำหนด) (อ่านข้อ 3)
ทำได้เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อราชการ เช่น ตำรวจใกล้เกษียณโดยได้รับอนุมัติจาก ก.ตร., ไปทำงานต่างประเทศ, ไปเรียนหรืออบรมนานเกินหนึ่งปี, ลาติดตามคู่สมรสไปต่างประเทศ, ถูกยุบหน่วยงานหรือตำแหน่ง หรือมีผลการพิจารณาคดีหรือวินัยให้กลับเข้ารับราชการแล้วแต่ยังไม่มีตำแหน่งระดับเดิมรองรับ นอกจากนี้ยังเปิดไว้สำหรับเหตุจำเป็นอื่นที่ ก.ตร. อนุมัติ

2. กรณีที่สั่งให้ “สำรองราชการ” ได้ (คือให้อยู่ในสถานะสำรองราชการระหว่างรอเหตุที่สั่งไว้สิ้นสุด หรือรอการดำเนินการขั้นต่อไป) (อ่านข้อ 4)
ได้แก่ ตำรวจที่ถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดีอาญาหรือวินัยอย่างร้ายแรงและยังอยู่ระหว่างดำเนินการ, อยู่ระหว่างการสอบสวนตามกฎหมายตำรวจ หรือมีพฤติการณ์ไม่สมควรจนการทำหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
การถูกสั่งให้สำรองราชการไม่ได้แปลว่าผู้นั้นกระทำผิดแล้ว เพราะบางกรณียังอยู่เพียงขั้นกล่าวหาหรือสอบสวน

Advertisement

3. ถ้าสำรองราชการเพราะพฤติการณ์ไม่สมควร ต้องตรวจสอบอย่างรวดเร็ว (อ่านข้อ 5)
กรณีตามข้อ 4 (3) ผู้มีอำนาจต้องพิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานเบื้องต้น ภายใน 15 วัน หากพบว่ามีกรณีต้องดำเนินการทางวินัย จึงสั่งสำรองราชการได้
เมื่อสั่งสำรองราชการแล้ว ตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งระดับเดียวกันจะกันไว้ 3 เดือนนับแต่วันที่คำสั่งมีผล หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่หมดเหตุสำรองราชการ สามารถพิจารณาแต่งตั้งผู้อื่นลงตำแหน่งที่กันไว้ได้

4.ระหว่างถูกสั่งประจำหรือสำรองราชการ จะเกิดอะไรขึ้น (ข้อ 6-10)
รายละเอียดการทำงานระหว่างนั้นให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ตร. การจัดอัตราเงินเดือนและการโยกย้ายอัตราต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎ ส่วนการคัดเลือกแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน วินัย การออกจากราชการ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ยังให้ถือว่าตำรวจผู้นั้นดำรงตำแหน่งระดับเดิม (ข้อ 10)

5. เมื่อหมดเหตุแล้วจะกลับอย่างไร (ข้อ 11)
เมื่อหมดความจำเป็นที่ให้ไปประจำ หรือหมดเหตุที่ให้สำรองราชการ ผู้มีอำนาจต้องดำเนินการแต่งตั้ง ในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่างและเหมาะสม

โดยหลักคือ:
* ผู้ถูกสั่งให้ ประจำ ให้กลับตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าเดิม
* ผู้ถูกสั่งให้ สำรองราชการ ให้กลับตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งเทียบเท่าเดิม หากจะให้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเดิม ต้องเสนอ ก.ตร. พิจารณาเป็นรายกรณี

หากเป็นตำแหน่งระดับสูง เช่น ผบ.ตร. หรือรอง ผบ.ตร. การสั่งประจำหรือสำรองราชการจะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

สรุป: กฎนี้เปิดทางให้โยกตำรวจไปประจำหรือสำรองราชการตามเหตุที่ระบุไว้ แต่กำหนดขั้นตอนเรื่องการตรวจสอบ การรักษาระดับตำแหน่ง และการพิจารณาแต่งตั้งเมื่อเหตุนั้นสิ้นสุดลง

อ่านรายละเอียดกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569