เกียรติยศฝากไว้…ให้แผ่นดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีเนื่องในโอกาสข้าราชการตำรวจเกษียณอายุราชการ – ผบ.ตร.ฝากแนวคิดแก่ตำรวจรุ่นหลัง พิทักษ์สถาบัน ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีสวนสนามและพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา ในโอกาสที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พร้อมข้าราชการตำรวจเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ลานฝึกศรียานนท์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมคู่สมรส นำโดย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมพิธี
ผบ.ตร.ขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองเกียรติยศ, วางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนเดินทางไปยังปะรำพิธีลานฝึกศรียานนท์ โดยมีกิจกรรมการแสดง “เกียรติยศฝากไว้…ให้แผ่นดิน” จากนั้น ผบ.ตร.ตรวจพลสวนสนาม และกล่าวอำลาชีวิตราชการ ต่อด้วยขบวนสวนสนาม และพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา

โอกาสนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวอำลาชีวิตราชการ ว่า ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอเป็นตัวแทนเพื่อนข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุ บนเส้นทางชีวิตราชการกว่า 38 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งว่าการเป็นข้าราชการตำรวจมิใช่เพียงการประกอบอาชีพ หากแต่คือการได้รับมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ ในการพิทักษ์รักษาความสงบเรียบร้อย ปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติคือบ้านหลังใหญ่ที่มอบทั้งประสบการณ์ บทเรียน ความรัก ความอบอุ่น มิตรภาพ และความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เมื่อถึงวันที่ต้องถอดเครื่องแบบ ตนเพียงจะถอดเครื่องแบบออกจากกาย แต่ไม่มีวันถอดความเป็นตำรวจออกจากหัวใจ

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ในโอกาสที่จะต้องส่งมอบภารกิจให้แก่ตำรวจรุ่นต่อไป ฝากอุดมการณ์ 6 ข้อ ไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ อันประกอบไปด้วย
1. จงรักษาเทิดทูนสถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มั่นคง
2. จงรักษาความซื่อสัตย์สุจริตเหนือสิ่งอื่นใด
3. จงทำงานด้วยความเสียสละ อดทน และไม่ประมาท
4. จงเคารพประชาชน เพราะตำรวจมีหน้าที่รับใช้และดูแลทุกข์สุขของประชาชน
5. จงอย่ายึดติดกับยศ ลาภ และตำแหน่ง
6. จงรักษาเกียรติของเครื่องแบบตำรวจ ด้วยการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ควร
ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกท่านทำหน้าที่ด้วยดีที่สุด ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ สิ่งสำคัญสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด คือการปกป้อง พิทักษ์ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ดำรงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยไปตราบนานนิรันดร์ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กลับสู่องค์กรตำรวจอย่างสง่างามและยั่งยืน

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้กล่าวสดุดีแก่ผู้เกษียณอายุราชการว่า ตลอดระยะเวลาอายุราชการ ของทุกท่านจนถึงวันนี้ อาชีพตำรวจถือเป็นอาชีพที่ต้องเผชิญกับปัญหา อุปสรรค และความยากลำบากต่าง ๆ มากมาย ต้องพบเจอกับสิ่งที่ท้าทาย และเสี่ยงภยันอันตรายรอบด้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ โดยยึดถืออุดมคติตำรวจเป็นหลักในการครองตน ครองคน ครองงาน ตลอดระยะเวลาชีวิตราชการตำรวจ จนถึงวันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ท่านทั้งหลายได้ประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกของการรับราชการตำรวจ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อให้งานในหน้าที่บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประเทศชาติและประชาชนได้เป็นอย่างดี ในวาระที่ท่านทั้งหลายจะต้องเกษียณอายุราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความซาบซึ้งในแนวคิดการปฏิบัติหน้าที่และผลงานที่ท่านได้ฝากไว้ จึงขอประกาศเกียรติคุณสดุดีทุกท่าน เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการยกย่อง สรรเสริญ ความรัก ความผูกพันที่มีต่อกัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ได้มีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้กับข้าราชการตำรวจในวาระเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี พล.ต.อ.สำราญ เป็นประธานพิธี ณ หอประชุมเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ มีข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไปที่เกษียณอายุราชการจำนวน 316 นาย และข้าราชการตำรวจที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ระดับผู้กำกับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป จำนวน 30 นาย เพื่อแสดงความสำนึกต่อคุณงามความดีของข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะ มีความซื่อสัตย์สุจริต อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราชการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนเป็นที่รักใคร่ เชื่อถือ ศรัทธาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชน








