แฉแก๊งสแกมฯ เล็งเป้าลวงตุ๋น น.ศ. เสียหายหลักล้าน อ้างเป็นตร.- ได้ทุนเรียนต่อ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ประกาศแจ้งเตือนนักศึกษา ระบุว่า คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร พบมิจฉาชีพปลอมแปลงเอกสารเรียกเก็บเงินส่วนต่าง อ้างถึงโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศหรือทุนอะไรก็ตาม และพยายามเรียกเก็บเงินหรือให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล
ขอเตือนนักศึกษาทุกระดับชั้น “อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ” โดยเด็ดขาด
หากได้รับโทรศัพท์ ข้อความ อีเมล หรือเอกสารใด ๆ ที่มีการอ้างว่าได้กระทำความผิด และมีการข่มขู่ให้โอนเงิน หรืออ้างชื่อคณะฯ หรือบุคลากรของคณะฯ เพื่อขอให้โอนเงิน
ขอให้นักศึกษาวางหูทันที และห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด
หากนักศึกษาได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพ ให้รีบวางสายและติดต่อ อาจารย์ที่ปรึกษา ประธานหลักสูตร สำนักงานคณะฯ หรือผ่านทาง Messenger เพจ “Ictsilpakorn” เพื่อรวมกันตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาของคณะ ทราบข้อมูลว่า พบรูปแบบการหลอกลวงทางโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาหลายราย โดยมีการสร้างสถานการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทโทรศัพท์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและธนาคาร
เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา ระบุว่า กลโกงที่พบกับนักศึกษาบ่อย เริ่มจากมิจฉาชีพโทรศัพท์มาอ้างเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แจ้งว่า หมายเลขโทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชนของนักศึกษา ถูกนำไปเปิดบัญชีม้า หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย
จากนั้นจะข่มขู่ว่านักศึกษาอาจมีความผิดทางกฎหมาย และพยายามสร้างความกลัว ก่อนให้แอดไลน์เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ต่อ
เมื่อเข้าสู่ไลน์ มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร และบางครั้งใช้ชื่อบุคคลที่มีตัวตนจริง เมื่อนักศึกษานำชื่อไปค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตแล้วพบว่ามีบุคคลดังกล่าว จึงทำให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง
หลังจากนักศึกษาหลงเชื่อ มิจฉาชีพจะสอบถามข้อมูลส่วนตัวและกิจวัตรประจำวัน เช่น ผู้ปกครองประกอบอาชีพอะไร นักศึกษาเรียนช่วงเวลาใด และในแต่ละวันทำอะไรบ้าง เพื่อนำข้อมูลไปใช้สร้างสถานการณ์และกดดันเหยื่อ จากนั้นจะเริ่มให้ดำเนินการต่างๆ รวมถึงการโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนในการตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคดี
เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากนักศึกษาเริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอก มิจฉาชีพจะเพิ่มระดับการข่มขู่ บางกรณีขู่ว่าจะทำร้ายหรืออุ้มฆ่า ทำให้นักศึกษาเกิดความกลัวและไม่กล้าบอกผู้ปกครองหรือคนใกล้ตัว นอกจากการข่มขู่ยังพบว่ามิจฉาชีพใช้วิดีโอคอลเพื่อควบคุม โดยสั่งให้นักศึกษาเปิดกล้องทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง และบางรายนานถึง 3 วัน แม้กระทั่งระหว่างเรียนก็ยังถูกสั่งให้เปิดกล้องไว้
ทางฝั่งมิจฉาชีพส่วนใหญ่มักปิดกล้อง หรือหากเปิดกล้องจะสวมหน้ากากอนามัย ขณะที่นักศึกษาต้องเป็นฝ่ายเปิดกล้องเพื่อให้มิจฉาชีพติดตามความเคลื่อนไหว
มีบางกรณีที่ผู้ปกครองไม่สามารถติดต่อกับนักศึกษาได้ หรือไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะติดตามตัวและเข้าไปช่วยเหลือได้
ด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่า ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีนักศึกษาของคณะถูกหลอกแล้วกว่า 10 คน ตั้งแต่นักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 โดยบางรายมีความเสียหายถึงหลักล้านบาท บางกรณีสามารถอายัดเงินได้ทัน ขณะที่บางกรณีไม่สามารถอายัดเงินได้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ช่วงที่มิจฉาชีพมักโทรศัพท์เข้ามาหลอกบ่อย คือช่วงที่นักศึกษาต้องชำระค่าเทอมหรือค่าหอพัก ซึ่งเป็นช่วงที่นักศึกษามีเงินอยู่กับตัว
นอกจากนี้ การนำชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากต่างจังหวัด มาใช้แอบอ้างจะพบมากที่สุด โดยนักศึกษาบางรายค้นหาชื่อแล้วพบว่ามีบุคคลดังกล่าวจริง จึงหลงเชื่อ ขณะที่บางรายโทรศัพท์สอบถามที่ สภ.โดยตรงและพบว่าไม่มีบุคคลตามที่กล่าวอ้าง ทำให้รู้ตัวว่าโดนมิจฉาชีพหลอก
ส่วนอีกกรณีที่พบ คือ การปลอมแปลงเอกสารทุนเรียนต่อของมหาวิทยาลัย โดยมิจฉาชีพจะเลือก น.ศ.ที่มีผลการเรียนดี ฐานะดี จากนั้นจะโทรอ้างเรื่องทุนเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่ง น.ศ.ก็หลงเชื่อยอมพูดคุยเพราะมองว่าเป็นโอกาสที่ดี จากนั้นมิจฉาชีพก็จะเริ่มให้โอนเงิน เป็นการตรวจสอบ การดำเนินการขอวีซ่า
ด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีเคส น.ศ.ที่สามารถช่วยเหลืออายัดเงินไว้ได้ทัน 1 ราย เนื่องจากผู้ปกครองโทรมาสอบถามเพื่อตรวจสอบที่คณะโดยตรงว่ามีทุนนี้จริงหรือไม่ โดยลูกโทรมาขอเงินอ้างว่าจะเอาเงินไปสมัครโครงการทุนเรียนต่อของคณะ หลังจากอายัดเงินไว้ได้ น.ศ.จึงยอมเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่าโดนมิจฉาชีพข่มขู่ให้มาขอเงิน โดยให้บอกแม่ตามที่มิจฉาชีพบอก
ที่ผ่านมามีเหยื่อเป็นนักศึกษาถูกหลอกลวงเสียหายสูงสุดรายละ 2 ล้านบาท และอีกหลายรายถูกหลอกลวงเสียหายกว่า 1 ล้านบาท จึงอยากแจ้งเตือนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

