ยึดทรัพย์ 77 ล้าน แก๊งโกขาว เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เรือประมง 50 ลำ-รถอีก 30 คัน

1.10.26 | 17:45 น.

DSI ร่วมกับ ป.ป.ส. สนธิกำลังกองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” ยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 77 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด ร่วมกับ กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ”


กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดียาเสพติด ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกองทัพเรือ จับกุม ยาไอซ์ จำนวน 2.4 ตัน มูลค่าการส่งออกประมาณ 3000 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 8 ราย ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 108/2568 พบว่ามีการกระทำความผิดเข้าข่ายลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม เมื่อวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่จังหวัดระนอง สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เรือประมง จำนวนกว่า 50 ลำ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 30 คัน บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 77 ล้านบาท พร้อมปูพรมดำเนินการตามข้อร้องเรียน 1386 ในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเป้าหมายยาเสพติดรายสำคัญ และยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบูรณาการขยายผล ออกหมายจับ ยึดทรัพย์ กลุ่มขบวนการระดับสั่งการและนายทุนทั้งหมดตามนโยบาย “กัดไม่ปล่อย ยึดทรัพย์ ทำลายวงจร” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

Advertisement

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทะเล และความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อปิดช่องทางการขนส่งและทำลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้สามารถติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเบื้องหลังขบวนการขนยาเสพติดระหว่างประเทศได้อย่างถึงที่สุด

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่าที่มาของ เครือข่ายโกขาว หรือ นายซอรัส ชาวเมียนมา ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ทาง ปปส.ได้ทำแผนร่วมกันกับทางฝั่งเมียนมา ทราบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน เริ่มจากการจัดหายาเสพติดจากแหล่งผลิต ทีมลำเลียงขนส่งที่จะต้องผ่านน่านน้ำไทยไปยังประเทศที่ 3 ไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก ทำตั้งแต่สิงหาคม 2565 -2569 และมีหลายกรณีที่สามารถจับกุมเครือข่ายนี้ได้ในต่างประเทศ ทั้งในฝั่งเมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมทั้งในมาเลเซีย

ซึ่งการสอบสวนจาก DSI เราสามารถเอาผิดเครือข่ายนี้ได้ เจ้าหน้าที่ทำงานบนความท้าทาย โกขาว ไม่ใช่คนไทย หน้าฉากทำเป็น คนโลว์โปรไฟล์ และ 5 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถเอาผิดเค้าได้ การข่าวในประเทศไม่สามารถเอาผิดได้เพราะยาไม่ได้ผลิตในเมืองไทย แต่เราสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งต้นทาง และปลายทางที่ถูกจับกุม เรากลางทางจึงสามารถเชื่อต่อได้เป็นการกระทำขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และมีการอำพรางพฤติกรรมตัวเอง

ทั้งที่เป็นผู้สั่งการจากไทยไปยังเมียนมา เพื่อรับยาจากต้นทางไปยังประเทศที่ 3 ทำตัวเป็นคนติดหนี้ ซื้อของทุกอย่างในลักษณะเช่าซื้อ แต่แท้จริงเป็นคนวางแผนบงการ และยังเอาผิดไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับโกขาว และเชื่อแน่ว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในภูมิภาคที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องในบิ๊กลอตที่เคยถูกจับกุม นี่ยังไม่นับรวมกับที่ไปเจอยาไอซ์ที่ลอยอยู่ในทะเลเวียดนามตอนเรือล่ม โดยลูกเรือประมงชี้ชัดว่า โกขาวเป็นคนสั่งการ

ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดทั้งหมด อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป