คุม”แม่เล้าปู”นอนเรือนจำ ญาติเตรียมหลักทรัพย์ไม่พอประกันวงเงิน3แสน

ภาพจากแฟ้ม

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.ภิรมย์ เศษคึมบง พนักงานสอบสวน กก.3 ปคม. นำตัว น.ส.ฑิภาพร มณีน้อย อายุ 37 ปี หรือ แม่เล้าปู อยู่บ้านเลขที่ 283/92 หมู่ 13 ต.?ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหาใช้กำลังบังคับข่มขู่หลอกลวง ซึ่งกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เป็นธุระจัดหาพาไปซึ่งเด็กเพื่อให้ค้าประเวณี,เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาหญิงโดยใช้กลอุบายหลอกลวง โดยใช้กำลังขู่เข็ญ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราโดยขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นการโทรมหญิง ชักจูงส่งเสริมยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี ไปจากบิดามารดาโดยไม่เต็มใจ รวม 6 ข้อหา มาฝากขังครั้งแรก

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) สืบทราบว่า น.ส.ฑิภาพรหรือ หรือแม่เล้าปู ผู้ต้องหาได้มีพฤติการณ์หลอกลวง น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ไปค้าประเวณีที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจปคม.ให้ดำเนินคดี จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหายังชักชวนเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีไปค้าประเวณีด้วย จึงสอบสวนและขอให้ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหากับพวกรวม 6 คนในข้อหาเช่นเดียวกัน ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับที่ 1422/2560 ลงวันที่ 20 มิถุนายน2560 หลังจากนั้นน.ส.ฑิภาพร ผู้นัดมอบตัว แต่เมื่อถึงเวลาไม่มาตามนัด ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 16.00 น.ตำรวจปคม.ร่วมกับตำรวจ บก.สส.ภ.2 และสภ.ศรีราชา สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนในพื้นที่ อ.ศรีราชา จึงตามไปจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงแจ้งข้อหานำส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวน กก.3 ปคม.ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เหตุเกิดที่โรงแรมหลายแห่งในจ.นครราชสีมา ต่อเนื่องร้านวีทูอาบอบนวด ย่านโชคชัย 4 ลาดพร้าว ระหว่างวันที่12 เมษายน-1 มิถุนายน

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ระบุว่า ได้สอบสวนจะครบ 48 ชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำอีก 6 ปาก รอผลพิสูจน์ต่างๆ จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน- 9 กรกฎาคม พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงหากผู้ต้องหาได้รับการประกันเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรืออาจจะก่อเหตุร้ายประการอื่น โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

อย่างไรก็ดีในเวลา 16.30น. พบว่าญาติผู้ต้องหามีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอยื่นประกันตามวงเงินที่ศาลกำหนด 300,000 บาท เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัว น.ส.ฑิภาพร ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อมา

บทความก่อนหน้านี้“สศช.”ชี้จีดีพี5%ต่อปีมีโอกาสเกิดขึ้นในแผน12เหตุศก.โลกดีภัยแล้งสิ้นสุด-แต่สังคมสูงวัย-มีลูกน้อยยังเป็นปัจจัยฉุด
บทความถัดไปสภาเกษตรกรฯ  อยากเห็นเกษตรกรหลุดพ้นสับปะรดเขาวงกต