รวบสาวหนีคดีหลอกลงทุนทองกว่า 4 ล้าน อ้างถูกบังคับเปิดบัญชี-สแกนหน้าที่ปอยเปต พบหมายจับอีก 2 คดี

4.10.26 | 19:56 น.

รวบสาวหนีคดีหลอกลงทุนทอง 4 ล้าน อ้างถูกแก๊งคอลฯ หลอกข้ามแดนเปิดบัญชี-สแกนหน้าฝั่งปอยเปต ก่อนหลบหนีกลับไทย แต่พบเคยก่อคดีอีก 2 หมายจับ

วันที่ 4 ตุลาคม พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม น.ส.อริยะ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3614/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้าน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว


ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2566 ผู้เสียหายพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ร้านทองออโรร่า” โพสต์ข้อความเชิญชวนประชาชนให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายโอนเงินลงทุน ระบบจะแสดงยอดเงินลงทุนและผลกำไรผ่านแพลตฟอร์มปลอมที่กลุ่มผู้ต้องหาสร้างขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน กลับถูกอ้างเงื่อนไขต่างๆ นานา จนไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ทำให้มีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท

ต่อมา พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 50 ราย รวมถึงผู้ต้องหารายนี้ด้วย

Advertisement

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มบริเวณใกล้สถานีรถไฟอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเมื่อปี 2566 เคยสมัครทำงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวนัดหมายให้เดินทางข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อทดลองงาน

โดยผู้ต้องหาอ้างว่า หลังเดินทางข้ามแดนไปแล้ว มีชายชาวกัมพูชาประมาณ 2-3 คนมารับตัว ก่อนนำไปกักขังไว้ภายในอาคารแห่งหนึ่ง พร้อมยึดโทรศัพท์ อุปกรณ์สื่อสาร และหนังสือเดินทาง จากนั้นบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารไทยจำนวน 3 บัญชี รวมทั้งลงทะเบียนซิมโทรศัพท์เพื่อใช้ผูกกับบัญชีธนาคาร และนำตัวไปสแกนใบหน้าบริเวณอาคารสูง 25 ชั้น เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ ภายหลังตนสามารถหลบหนีกลับเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันอีก 2 หมายจับ ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2566 และหมายจับศาลอาญาพระโขนง ปี 2569 อีกด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป