ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องอีกคดี หลงจู๊สมชาย คดีฟอกเงิน-บ่อนการพนัน คืนทรัพย์สินให้บางส่วน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ศาลอาญา รัชดา นายสมชาย จุติกิติเดชา หรือ “หลงจู๊สมชาย” พร้อมครอบครัวและพวก รวม 7 คน ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ คดีฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนัน
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง นายสมชายและจำเลยส่วนใหญ่ เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ โดยคดีนี้ถือเป็นคดีที่ 3 แล้ว ที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในชั้นอุทธรณ์ ส่งผลให้คดีเกี่ยวกับบ่อนการพนันและการฟอกเงินที่ผ่านมาถูกยกฟ้องทั้งหมด พร้อมทั้งมีการคืนทรัพย์สินให้บางส่วน
โดยรายละเอียดของจำเลยในคดีนี้ นายสมชายและจำเลยอื่นๆ ส่วนใหญ่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 (พี่ภรรยาของนายสมชาย) ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี (ลดจากศาลชั้นต้นที่กำหนดไว้ 5 ปี เนื่องจากเคยถูกคุมขังมาแล้ว 6 เดือน จึงเหลือโทษจำคุกจริง 4 เดือน) ซึ่งทางทีมทนายความได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวเรียบร้อยแล้ว เพื่อรอต่อสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสมชาย เปิดเผยด้วยความโล่งอกว่า คำตัดสินในวันนี้ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง เพราะได้รับความเป็นธรรมจากศาล ยืนยันว่า ตนไม่ได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินจากบ่อนการพนันตามที่ถูกกล่าวหา
“วันนี้รู้สึกสบายใจไปส่วนหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์เมตตาและให้ความเป็นธรรมยกฟ้องผมกับครอบครัวอยากขอความเห็นใจเพราะที่ผ่านมาครอบครัวได้รับความลำบากมาก ทรัพย์สินถูกยึด บัญชีธนาคารถูกอายัด ทำให้ทำมาหากินไม่ได้ ส่วนขั้นตอนในชั้นฎีกานั้น คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าทางอุทธรณ์จะมีความเห็นอย่างไร” นายสมชาย กล่าว
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน สมัยช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีชุดเฉพาะกิจกรมการปกครองและตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ต่อมามีการขยายผลสืบสวนและออกหมายจับนายสมชาย ในข้อหาฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับการเปิดบ่อนการพนัน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายสมชาย และครอบครัว ต้องต่อสู้ทางคดีมาโดยตลอด จนกระทั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องในที่สุด โดยหลังจากนี้ครอบครัวต้องรอติดตามว่า จะมีการยื่นฎีกาต่อหรือไม่ ขณะที่นายสมชาย และครอบครัวยังคงมีความหวังว่า จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ



