รวบคาห้างภูเก็ต ตม.ลุยจับ “แก๊งตุ๋นเวียดนาม” ซุกหมายแดง INTERPOL ยักยอกเงินขายที่ดินกว่า 150 ล้าน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. (ผบก.สส.สตม.) สนธิกำลังร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสันติบาล และองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ นำกำลังเข้าจับกุม MR.TANG NGOC NHO อายุ 50 ปี สัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการเวียดนาม และหมายแดง (Red Notice) ของ INTERPOL หลังลี้ภัยเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย
สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางการเวียดนามได้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ขอความช่วยเหลือในการติดตามตัว MR.TANG เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ โดยได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รวม 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านดอง หรือราว 150 ล้านบาท แต่เมื่อขายทรัพย์สินได้แล้วกลับไม่ยอมนำเงินส่งมอบให้กับผู้เสียหาย ก่อนจะหลบหนีออกนอกประเทศ จนกระทั่งถูกศาลเมืองหล่าวกายออกหมายจับเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และมีการออกหมายแดง INTERPOL ในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยพบว่า แม้ MR.TANG จะเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและยังอยู่ในช่วงที่ได้รับอนุญาต แต่ทาง สตม. ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรทันที พร้อมเร่งแกะรอยจนพบเบาะแสว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ และสามารถพบตัวผู้ต้องหาได้บริเวณศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ อำเภอฉลอง จังหวัดภูเก็ต จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวทันที ก่อนนำตัวส่งกักไว้ที่กองกำกับการ 3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และรอส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศเวียดนามต่อไป
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ ปฏิบัติการ MAHARLIKA 5 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ INTERPOL ระหว่างวันที่ 5–8 ตุลาคม 2569 มีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างบุคคลตามหมายแดงและภัยคุกคามข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนการประชุม World Bank ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย
นอกจากนี้ จากการขยายผลการสืบสวน ตำรวจเวียดนามยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า MR.TANG เคยมีประวัติก่อคดีในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อปี 2563 สร้างความเสียหายราว 15,000 ล้านดอง อีกทั้งยังมีหลักฐานพัวพันกับการขายที่ดินแปลงอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินอีกหลายแปลง ประเมินมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 200,000 ล้านดอง หรือราว 260 ล้านบาท รวมถึงยังมีอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมอีกด้วย


