ตร.ไซเบอร์ เช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา ปักหลักตั้งฐานในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

6.10.26 | 18:23 น.

ตร.ไซเบอร์ เช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา ปักหลักตั้งฐานในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ที่ปรึกษา ผบช.สอท., พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2, พ.ต.ท.เอนก ยอดหมวก รอง ผกก.3 บก.สอท.2, พ.ต.ท.สาริษฐ์ อักษร รอง ผกก.3 บ.สอท.2 ,พ.ต.ท.คำตัน ทำดี รอง ผกก.3 บก.สอท.2 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกันแถลงข่าว ตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 11 ราย ทั้งสัญชาติจีน เมียนมา รัสเซีย และไทย โดยจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย 1. MR.LU อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ทำหน้าที่ รับเงินสดจากแม่บ้านชาวเมียนมา 2. MS.SAING อายุ 35 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน และ 3. MS.MYINI อายุ 24 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน


พล.ต.ท.ทินกร เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหลอกลวงนักศึกษาซึ่งปัจจุบันกำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ พบมูลค่าความเสียหายจากเหยื่อกลุ่มดังกล่าวแล้วกว่า 200 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 รับข้อมูลคดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 23-25 ก.ย.69 โดยผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายหลอกลวงจนสูญเงินรวม 662,989.90 บาท โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือติดต่อผู้เสียหาย แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายต่อไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตนเอง

Advertisement

พล.ต.ท.ทินกร กล่าวอีกว่าจากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายครั้งรวม 5 รายการ เป็นเงิน 212,989.90 บาท ระหว่างวันที่ 23-25 ก.ย.69 ก่อนเงินจะถูกโอนต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายราย และมีบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำกับร้านทองขื่อดังมูลค่านับล้านบาท และนอกจากการโอนเงินผ่านบัญชีแล้ว คนร้ายยังหลอกให้ผู้เสียหายถอนเงินสดจำนวน 450,000 บาท แล้วนัดหมายให้นำเงินไปส่งมอบให้กับคนร้ายที่มารับบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ย่านศาลายา จ.นครปฐม จากพยานหลักฐานพบว่าเมื่อคนร้ายรับเงินสดจากผู้เสียหายแล้ว มีการส่งต่อเป็นทอดๆ โดยมีชายสัญชาติจีนรายหนึ่ง (ออกหมายจับแล้ว) นำเงินสดไปส่งที่หน้าหมู่บ้านหรูดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้น ก่อนจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินของกลางกว่า 40 รายการ อาทิ นาฬิกาRichard Mille, นาฬิกา Patek Philippe, นาฬิกา Rolex, นาฬิกา Audemars, เงินสด, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แฟลชไดรฟ์, หนังสือเดินทาง, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร, หนังสือมอบอำนาจและใบรับเงินสด และอื่นๆ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหารายอื่นอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมสืบสวนขยายผล เส้นทางการเงินและทรัพย์สิน เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้รับผลประโยชน์และบุคคลในเครือข่ายที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป