ทนายอั๋นเตือนอธิบดีดีเอสไอคนใหม่-อธิบดีกรมที่ดิน อย่าสอดไส้เอกสารแผนที่รังวัดบริเวณเขากระโดงฉบับใหม่เข้ากระบวนการสืบสวน หลังพบเอกสารรังวัดที่ดินฉบับใหม่บริเวณเขากระโดง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมที่ดิน อย่าริรับใช้การเมือง บิดเบือนข้อเท็จจริง ด้วยการลบแผนที่ลำราง-ทางเดินสาธารณะ ในคดีเขากระโดง จากกรณีได้สอบถามติดตามเอกสารเกี่ยวกับที่ดิน โฉนดที่ดินและระวางที่ดินในเขตพิพาทเขากระโดง (กรณีลำ-รางทางเดินสาธารณะ) ซึ่งได้รับแจ้งว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ระหว่างการประสานงานกับดีเอสไอเพื่อจัดส่งเอกสารดังกล่าว โดยมี นายสมเกียรติ เพชรประดับ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์ กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง
นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนได้เคยส่งหนังสือยื่นคำร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบกรณีมีกลุ่มคณะบุคคลในจังหวัดบุรีรัมย์ บุกรุก ยึดถือ ครอบครองลำรางทางสาธารณะบริเวณเขากระโดง จำนวน 20 จุด โดยขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษออกเลขสืบสวนให้กับคณะพนักงานสืบสวน เพื่อประสานขอเอกสารระวางที่ดินหรือโฉนดที่ดินในเขตพิพาทเขากระโดงจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ โดยในวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 ที่ตนได้มาติดตามทวงถามกับทางดีเอสไอ ว่าได้รับเอกสารจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์เรียบร้อยแล้วหรือไม่

ปรากฏว่าวานนี้ (8 ต.ค.69) ตนได้โทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อขอติดตามเรื่อง ว่าจะดำเนินการส่งเอกสารมาให้ดีเอสไอเมื่อใด เพราะตนเริ่มรู้สึกทะแม่งในใจแล้ว อย่างล่าสุดกรณีขบวนการโกงสอบท้องถิ่นก็มีการปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาออกจากเรือนจำฯ เนื่องจากครบกำหนดฝากขัง แต่ทาง ป.ป.ช.ไม่สามารถส่งฟ้องทัน จึงต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาออกจากเรือนจำก่อน จึงทำให้ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์จึงทราบว่าขณะนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์อยู่ในขั้นตอนประสานเอกสารมายังดีเอสไอ โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวกับข้อพิพาทในพื้นที่ที่ดินบริเวณเขากระโดง และระวางที่ดิน ซึ่งจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท จึงอยากรู้ว่าทางดีเอสไอจะดำเนินการต่อไปอย่างไร และประเด็นสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่ายของเอกสาร แต่มันเป็นกรณีเกี่ยวกับระวางแผนที่ที่ดินเขากระโดงที่มีการจัดทำขึ้นมาใหม่
โดยเฉพาะมีการลบจุดที่เป็นการยึดถือ ครอบครอง จำนวน 20 จุด ออกจากแผนที่ ซึ่งจุดเหล่านี้จะแบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ สนามโกคาร์ท ทำให้เห็นว่าบริเวณตรงนั้นไม่ได้ทับลำราง ทางสาธารณะ หรือห้วย หนอง คลอง บึง ซึ่งกรณีนี้เองอาจส่งผลต่อการรับเป็นเรื่องสืบสวนของดีเอสไอในอนาคตด้วยหรือไม่ คล้ายจะเป็นการสอดไส้ตัวเอกสารฉบับใหม่นี้เพื่อส่งมาให้ดีเอสไอใช้พิจารณาด้วยหรือไม่
ตนจึงมีความกังวลว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ อาจจะส่งเอกสารแผนที่ที่ดินบริเวณเขากระโดงฉบับใหม่นี้มายังดีเอสไอ และตนยังสืบทราบมาว่า แผนที่ที่ดินบริเวณเขากระโดงฉบับใหม่นี้ถูกจัดทำขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.69 เพราะต้องใช้ในการสืบพยานในชั้นศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ชั้นตรวจหลักฐานแผนที่พิพาท กรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นโจทก์ฟ้อง นางกรุณา ชิดชอบ และพวกรวม 30 ราย แต่ปรากฏว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้ยอมรับเอกสารแผนที่ที่ดินฉบับนี้ และหากตั้งข้อสงสัยว่าตนได้เอกสารฉบับนี้มาได้อย่างไร ก็เพราะว่าตนเป็นคนที่ถูกหมายปองจะให้เป็นพยาน ทำให้ตนได้รับการประสานมาให้เข้าสู่ชั้นสืบพยาน จึงทำให้ได้เอกสารแผนที่ที่ดินบริเวณเขากระโดงฉบับใหม่นี้มาเปิดเผยสู่สาธารณะ ทั้งนี้ แผนที่ฉบับใหม่นี้ถูกจัดทำโดยสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์และส่วนกลางของกรมที่ดิน ที่ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปรังวัด จึงเชื่อได้ว่าหากเอกสารฉบับนี้ถูกส่งมาให้ดีเอสไอก็จะเป็นการใช้เอกสารที่ไม่ถูกต้อง แทนที่จะใช้เอกสารแผนที่ฉบับเดิม ซึ่งมันจะมีจุดบริเวณที่เห็นชัดเจนว่าเคยเป็นลำรางทางสาธารณะ หรือห้วยหนองคลองบึงมาก่อน
ทนายอั๋นเปิดเผยอีกว่า ตนอยากถามว่าเหตุใดจึงกล้าทำเช่นนี้ เพราะมันเป็นการลบข้อมูลเดิมออกจากแผนที่ที่เคยมีการรังวัดไว้ในอดีต จึงเป็นสาเหตุให้ตนมายื่นหนังสือถึง 2 อธิบดี คือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและอธิบดีกรมที่ดิน และตนขอฝากไปถึงว่าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำลังจะมารับตำแหน่ง หากท่านจะตัดชุดสีขาวปกติมาทำงาน แต่คุณกำลังตัดชุดมาใหม่นี้ มารับตำแหน่งเพื่อแปดเปื้อนกับสิ่งสกปรกเหล่านี้ รับเผือกร้อน อีกทั้งอำนาจวาสนาทางการเมืองไม่อาจอยู่นาน แต่จุดหมายปลายทางของคุณสองคนคือเรือนจำฯ แน่นอน และตนอยากถามว่ากล้าทำหรือไม่ รวมถึงในส่วนของกรมที่ดิน ไม่ใช่ว่าตนไม่รู้ที่คุณมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปทำร่วมกับเขา ทั้งที่มันเป็นข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยและนางกรุณา ชิดชอบ ที่เป็นจำเลย ความเป็นจริงแล้วหน้าที่ตรงนั้นเป็นของสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ แต่เหตุใดส่วนกลางกรมที่ดินจึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ไม่รู้ว่ามีการใช้รถหลวงไปเติมน้ำมันทำงานหรือไม่
ทนายอั๋นเปิดเผยอีกว่า ตนไม่รู้ว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ว่าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะกล้าหรือใจถึงหรือไม่ เพราะถ้าถึงตอนนั้น และเอกสารแผนที่ที่ดินฉบับใหม่นี้ถูกส่งมาให้ดีเอสไอจริง อย่างมากที่สุดถ้า ร.ต.อ.ปิยะ ใจไม่ถึง อาจมีคำสั่งให้ทำการทบทวน ซึ่งก็อาจจะเป็นการยื้อไปอีก 3-5 เดือน แต่หากถึงตอนนั้น “ไอ้หอกหัก” ที่เป็นเดอะลาสบอสก็คงประเมินแล้วว่าตนไม่มีมวลชน และเมื่อประเมินพรรคฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็คงมีการเตะถ่วงอีก 3-4 เดือน และถ้ากล้าล้มคดีจริงๆ ก็คงส่งเอกสารฉบับนี้มาให้ดีเอสไอเพื่อเป่าคดีไม่ให้มีการรับเรื่องสืบสวน
ทนายอั๋นเปิดเผยอีกว่า สำหรับแผนที่ที่ดินแบบเก่าที่มี 20 จุดครบถ้วน ตนเคยเอาภาพถ่ายดาวเทียมที่เก่าที่สุดในปี พ.ศ.2495 พ.ศ.2497 ล่าสุดปี 2569 จึงสงสัยว่าเป็นการจงใจลบออกหรือไม่ ไม่ให้เห็นว่าเป็นลำรางทางสาธารณะมาก่อน แต่ข้อสำคัญของการบ่งชี้ถึงที่ดินลำรางทางสาธารณะ มันจะใช้ประกอบให้เห็นที่มาของที่ดิน เพื่อนำสืบประกอบในชั้นศาลได้ และที่สำคัญคือการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอมรับแผนที่ที่ดินฉบับใหม่นี้ และขอเลื่อนคดีออกไป 2-3 เดือน แต่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ไม่อนุญาต โดยศาลบอกให้ไปดำเนินการมาและนัดสืบพยานนัดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยให้กรมที่ดินไปจัดทำมาใหม่ ซึ่งมันก็มีความเป็นไปได้ว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์อาจจะส่งเอกสารแผนที่ที่ดินนี้ให้กับดีเอสไอเพื่อตัดจบในคดีอาญาแค่นี้

ทนายอั๋นเปิดเผยอีกว่า ตนยังได้รับกระแสข่าวมาด้วยว่า พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือพี่ยักษ์ ซึ่งเดิมทีอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้แต่ยังไม่ได้รับมอบให้มีการตั้งเรื่องสืบสวน อาจจะถูกโยกออกไปไม่ให้ทำคดีสืบสวนเขากระโดง ซึ่งก็จะมีการจัดวางข้าราชการกันใหม่ โดยเอาคนของตัวเองมาดำเนินการตรวจสอบแทน เพราะตอนนี้ก็มีการจัดวางข้าราชการมาตั้งแต่ระดับชั้นอธิบดี ผู้อำนวยการกองคดี หากจะล้มหรือเป่าคดีก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก นี่คือข้อสังเกตของตน ทั้งนี้ หากท้ายสุดคดีเขากระโดงถูกเป่าจริง ไม่มีการรับเป็นเรื่องสืบสวน ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพราะมืดแปดด้าน แต่หัวใจก็ยังคงทำงานสู้ต่อไป วัดกันไปเลยเพราะอำนาจมันอยู่ได้ไม่นาน
ทนายอั๋นเปิดเผยถึงกรณีที่มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีโกงสอบท้องถิ่นออกจากเรือนจำฯ เพราะไม่สามารถส่งฟ้องทัน ตนมองว่าปกติแล้วการปล่อยตัวมันมี 2-3 ประเด็น คือ การปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งต้องมีการขอศาลอนุมัติ หรือกรณีเป็นการปล่อยตัวจากการชนะคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ แต่วันนี้เป็นการปล่อยตัวเพราะไม่สามารถสั่งฟ้องได้ทัน ตนมองว่ามันไม่ค่อยมีเกิดขึ้น และในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย ตนอาจจะเคยได้ยิน แต่ก็ไม่ค่อยเห็นเกิดขึ้นบ่อยมากนัก เพราะอำนาจในการฝากขังระหว่างพิจารณาคดีก็ยาวนานถึง 84 วัน นับแต่วันถูกควบคุมตัว แต่ ป.ป.ช.กลับไม่ฟ้อง ทั้งที่ ป.ป.ช.มีเวลาในการสั่งฟ้อง แบบนี้คือการจงใจปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาหนีหรือไม่ นี่คือการตั้งข้อสังเกตของตน ทั้งที่ ป.ป.ช.มีสำนวนหลักฐานทุกอย่าง แต่โอบหลักฐานไว้เองกับตัว ไม่มีความเป็นเอกภาพทำงานกับทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม และตนมองว่าเรื่องนี้อาจจบลงโดยไม่มีใครถูกดำเนินคดี แม้เรื่องโกงสอบท้องถิ่นจะมีการเกี่ยวข้องกับเงินทั่วประเทศหลายล้านบาท
นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งเรื่องสืบสวนเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle.com กรณีปรากฏชื่อของนายไท่หยาง ซาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ส.ส.ไอเดียร์ ไปมีส่วนถือหุ้นในเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อเตรียมออกหนังสือเชิญให้ทั้งคู่เข้าชี้แจงข้อมูล แม้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศกูราเซา ว่า ตนมองว่าเรื่องนี้ความผิดสำเร็จแล้ว และตนค่อนข้างสับสนกับรัฐมนตรีเล็กน้อยว่าตอนแรกบอกว่าเอาผิดเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้เมื่อสังคมตีกลับ จึงจะมาทบทวนเอาผิด แต่ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ว่าคุณจะทำผิดที่ใด แต่หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย กฎหมายก็ระบุชัดเจนว่าสามารถเอาผิดได้อยู่แล้ว และนอกจากนี้ ส.ส.ไอเดียร์ ต้องขอบคุณตน เพราะหลังจากวันนั้นที่มีประเด็นข่าว จะสังเกตได้ว่า ส.ส.ไอเดียร์ กลายเป็นพื้นที่กระสุนตกแทนนายไชยชนก ชิดชอบ หรือไม่ ที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องสินบน 40 ล้านบาท เพราะเมื่อ ส.ส.ไอเดียร์ ถูกร้องประเด็นในเรื่องนี้ก็ไม่มีใครออกมาให้ความช่วยเหลือ ตนจึงได้มีการอัดคลิปลงในโซเชียลมีเดียว่าขอให้ ส.ส.ไอเดียร์ ทำใจ ว่าเขาทิ้งแล้ว เขาไม่เคยอุ้มใคร แต่พอคลิปของตนเป็นไวรัล ก็เริ่มมีการทยอยออกมาให้ความเห็นช่วยเหลือ และโดดปกป้องขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ ส.ส.ไอเดียร์ เริ่มยิ้มแย้มหน้าบานเพราะมีเกราะป้องกันแล้ว
ทนายอั๋นเปิดเผยว่า ส่วนเรื่องคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งทนายความไปฟ้องนายยิ่งชีพ iLaw ว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะหากไปไล่ดูการขู่ฟ้องดำเนินคดี ก็ไม่เห็นมีใครได้เข้าสู่กระบวนการ คงอาจเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว ซึ่งอาจจะเป็นการดำเนินเพียงลงบันทึกประจำวันหรือไม่ ตนมองว่าเขาไม่กล้า ส่วนระหว่างนี้ที่อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำสำนวนรายงานคำวินิจฉัยกลางเพื่อเตรียมส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายในกรอบเวลานั้น ตนอยากบอกว่า ตนมีไม้เด็ดอีกหนึ่งเรื่อง โดยเฉพาะมี ส.ว.ตัวจริงคนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดีเช่นกันได้มาพูดคุยหารือกับตน แต่เขายังไม่พร้อมเปิดตัว แต่ยืนยันได้ว่าข้อมูลของคนนี้มีอะไรดีๆ ที่ตนพร้อมจะนำเสนอต่อไป และตนอยากบอกว่าในเรื่องนี้มันมียาหอมอยู่ 3 สเต็ป คือ 1.ดึงในขั้นตอนของ กกต. 2.ให้ กกต.ทำสำนวนอ่อน และ 3.บอกจะช่วยเหลือทางคดีในชั้นศาลฎีกา นี่คือยาหอมที่พวกเขาให้ไว้ มีการคุยกันที่ซอยรางน้ำหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติวินิจฉัยชี้ขาดดำเนินคดี ซึ่งตนได้เตือน ส.ว.คนนี้แล้วว่าอย่าไปเชื่อ พร้อมย้ำว่า หลังจากนี้หากมีข้อมูลจะรีบนำเสนอต่อไปแน่นอน


