ตำรวจท่องเที่ยวจัดเต็ม! ระดมรถอัจฉริยะ–โดรน คุมเข้มประชุม IMF–World Bank 2026
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ณ บริเวณหน้าอาคารกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อมและปล่อยแถวกำลังพล พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.ทท.คณะผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์เทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติ ในภารกิจดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพ

ตามนโยบาย ของพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.ที่กำหนดเป้าหมายการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ “ปลอดภัย เดินทางต่อเนื่อง กระทบประชาชนน้อยที่สุด” โดยเน้นการบูรณาการกำลัง การป้องกันเหตุเชิงรุก และการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ควบคู่กับการดูแลประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากที่สุดโดย บช.ทท. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ พร้อมยานพาหนะและเทคโนโลยีสนับสนุนภารกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่สำคัญ และพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดประชุม ประกอบด้วย
สายตรวจจักรยานและรถยนต์สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการตรวจตราพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น สามารถเข้าถึงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือ และตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

รถปฏิบัติการเคลื่อนที่ CCOC Mobile จำนวน 3 คัน และรถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ จำนวน 3 คัน รวม 6 คัน ทำหน้าที่สนับสนุนการรับข้อมูลภาพ การติดตามสถานการณ์ และการประสานงานระหว่างหน่วยปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและสั่งการภาคสนาม โดยเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจในพื้นที่จัดประชุมและพื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การติดตามสถานการณ์ การประสานงาน และการสนับสนุนการดูแลความปลอดภัย

โดย อากาศยานไร้คนขับ (Drone Surveillance) สนับสนุนการตรวจการณ์ทางอากาศ เพิ่มมุมมองการเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญและบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที ภายใต้กฎหมายและมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
การนำเทคโนโลยีตรวจการณ์ทางอากาศและระบบปฏิบัติการเคลื่อนที่มาใช้ร่วมกับกำลังสายตรวจภาคพื้นดิน เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวสู่การป้องกันเหตุเชิงรุก โดยมุ่งให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวัง ประสานงาน และเข้าช่วยเหลือประชาชนหรือนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ตำรวจท่องเที่ยวขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกด้วยไมตรีจิต และร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทย หากพบเหตุผิดปกติหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง




