ปทุมธานี นายกยุทธศักดิ์ ลุยสภาแจงยิบ ซัดข้อมูลเท็จปมเครื่องสูบน้ำยันงบผูกพันยุคเก่าชี้ตั้งใจทุ่มเทแก้ภัยน้ำท่วมเพื่อชาวคลองหลวง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่ มีสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) เมืองคลองหลวง เขต 3 ได้ตั้งกระทู้ถามสดกลางที่ประชุมสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง สมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1/2569 โดยเปิดเอกสารประกาศจัดซื้อจัดจ้างพร้อมกล่าวหาพาดพิงว่า นายยุทธศักดิ์ชูประเสริฐนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวงเป็นผู้ลงนามจัดซื้อจัดจ้างเครื่องสูบน้ำชนิดหอยโข่งและดีเซลขนาด 14 นิ้วรวม 3 เครื่องวงเงินรวมกว่า 7.3 ล้านบาท พร้อมจี้ถามกลางสภาว่า ท่านนายกเทศมนตรีได้จัดซื้อหรือเปล่า และตั้งข้อสงสัยเหตุใดจึงพบเครื่องสูบน้ำตั้งอยู่ไม่ได้ใช้งานและจมน้ำอยู่ช่วงเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมช่วงแรก
ล่าสุด นายบัลลังก์ เกล้ากลาง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ได้เปิดเอกสารและไทม์ไลน์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสว่า โครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องสูบน้ำดังกล่าว เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณผูกพันและเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ยุคการบริหารงานของ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวงท่านเก่า ซึ่งเป็นการขอรับงบอุดหนุนเฉพาะกิจจากสำนักงบประมาณมาตั้งแต่ปี 2567 และเพิ่งมีกระบวนการตรวจรับและส่งมอบแล้วเสร็จตามขั้นตอนของระบบราชการเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวกับนายกยุทธศิกดิ์ นายกคนปัจจุบัน

ด้าน นายยุทธศักดิ์ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนและหนักแน่นกลางสภา โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวนั่นเป็นการกันเงินผูกพันมาจากยุคผู้บริหารเดิม ซึ่งเมื่อผมเข้ามารับตำแหน่ง ผมก็ต้องรับมอบและดำเนินการต่อตามระเบียบกฎหมาย โดยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตัวนี้ ต้องใช้รถเครน 5 ตันยกติดตั้ง และถูกออกแบบให้สูบน้ำในคลองชลประทานที่ลึกเกิน 4 เมตรขึ้นไป หัวสูบต้องจุ่มลึก 2.5 เมตร จึงไม่สามารถนำไปตั้งสูบตามซอยย่อยได้ อีกทั้งตนเองได้สั่งการไปแล้วว่าให้เครื่องสูบนำ้ทุกเครื่องต้องพร้อมและออกไปช่วยประชาชนทุกเครื่อง
นอกจากนี้ พื้นที่ใชัในการจุดที่เหมาะสมการตั้งเครื่องเป็นเขตของกรมชลประทาน ในช่วงแรกกรมชลประทานยังไม่อนุญาตให้ตั้งเครื่องเพราะมีระบบการสูบหลักขอกรมชลทำงานอยู่แล้ว และนำ้ในคลองรังสิตก็มีระดับสุง ถึงจะสูบนำ้ออกไปนำ้ก็วนกลับมาอีกตรงนี้ ท่านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มาราชการที่ปทุมธานีพร้อมนายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทานได้กล่าวไว้

ขณะนี้ที่ตั้งเครื่องสูบนำ้ได้และสูบไปแล้วแต่ตามที่รับทราบเพราะกรมชลได้อนุญาต ให้ดำเนินการได้เราก็ติดตั่งทันที เพราะพื้นที่เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียสะสม ผมจึงได้ประสานขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษจนเขาอนุญาต แล้วรีบนำทีมงานลงพื้นที่ติดตั้งเปิดเครื่องสแตนด์บายช่วยดูดผิวน้ำเน่าเสียระบายออกทันที โดยผมทุ่มเททำงานกับชาวเทศบาลเมืองคลองหลวงแน่นอน ตัวผมเองนำเครื่องจักรและแม็คโครมืออาชีพไปปั้นคันกั้นน้ำระยะทางยาวกว่า 7 กิโลเมตร ในช่วงคลองหนึ่งคลองสองเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำข้ามฝั่ง วันๆ วนดูงาน ควบคุมการกั้นน้ำและอุดจุดรั่วทั่วทั้งเขตอย่างต่อเนื่อง ผมมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และพร้อมร่วมมือกับ สท. ทุกท่านทำงานเพื่อประชาชนชาวคลองหลวงต่อไปอย่างแน่นอน
จากการชี้แจงของทั้งฝ่ายบริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ทำให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่า การจัดซื้อจัดหาเครื่องสูบน้ำเจ้าปัญหานั้นเป็นผลงานมรดกงบประมาณจากอดีตผู้บริหารชุดเก่า ขณะที่ นายกฯยุทธศักดิ์ชูประเสริฐ ได้เข้ามาแก้ปัญหาหน้างาน เดินหน้าประสานกรมชลประทานและติดตั้งเครื่องสูบน้ำใช้งานทันทีที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งทุ่มเทลงพื้นที่ดูแลระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มกำลังเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวคลองหลวงทุกคน
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้เปิดให้ประธานชุมชนผู้นำชุมชนและผู้นำประธาน อสม เข้ารับฟังด้วย เมื่อประธานสภาปิดการประชุมได้มี ผู้นำชุมชนและประธานชุมชนหลายคนเข้าสอบถามสมาชิกเทศบาลที่ตั้งกระทู้ถาม คำถามดังกล่าว ว่าออกช่วยประชาชนในชุมชนและเกือบหมู่บ้านในเขตทุกที่กว้า 20 วันไม่เคยเห็นว่า สท ที่ตั่งคำถามมาช่วยดูติดตั้งเครื่องสูบน้ำเลย ต่างขอให้รวมกันทำงานเพื่อประชาชน


