บิ๊กโจ๊ก โวย ป.ป.ช. ทำเอกสารลับหลุด คดีปกปิดทรัพย์สินหลุด ชี้แจงยังไม่ทันจบ จี้ตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารข่าวหลุดจากทางสำนักงาน ป.ป.ช. เกี่ยวกับคดีที่ถูกกล่าวหา เรื่องการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า ตนเคารพต่อการแจ้งข้อกล่าวหาของทาง ป.ป.ช. และมีหนังสือออกมา ซึ่งหัวหนังสือมีคำว่า “ลับ” แต่เหตุใดเอกสารดังกล่าวจึงหลุดไปถึงสื่อมวลชนได้ และมีการเผยแพร่ข้อมูลของตน และภรรยาอย่างละเอียด เหมือนเป็นการจงใจให้สังคมพิพากษาตนและครอบครัวหรือไม่ อีกอย่างการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้น ซึ่งตนยังไม่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาตามสิทธิ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กลับมีบุคคลใน ป.ป.ช. เอาข้อมูลมาให้สื่อไปก่อนแล้ว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในเรื่องคดี โดยระบุว่า ตนเป็นคู่ขัดแย้งกับประธาน ป.ป.ช. คนปัจจุบัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้รวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 คนในการยื่นถอดถอนประธาน ป.ป.ช. คนดังกล่าว ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในขณะนั้น เพื่อให้เสนอเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ กรณีร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ อันไม่เป็นไปตามจรรยาบรรณและจริยธรรมต่างๆ ซึ่งตนทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่า ผู้ที่มาพิจารณาเรื่องของตนก็คือ ประธาน ป.ป.ช. คนนี้ แล้วตนจะได้รับความเป็นธรรมตรงไหน

จากนี้จะทำหนังสือแจ้งไปยัง ป.ป.ช. ว่า การสอบสวนเป็นระบบไต่สวน ดังนั้นต้องสอบสวนให้สิ้นกระแสความ ไม่ใช่ไปเอาทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นทรัพย์สินของตนเอง โดยนายตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องคนสนิท ที่เป็นปฏิปักษ์กับตน แต่หักหลังและทรยศ โดย ป.ป.ช. กลับไปเชื่อพยานปากนี้ ซึ่งในอดีตเป็นผู้จัดทำข้อมูลบัญชีทรัพย์สินตนทั้งหมดในขณะที่ตนไว้ใจ เพราะในการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน ทุกคนก็ต้องมีเลขาฯ ตนก็มอบหมายให้เขาจัดทำบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เรื่อยมา แต่หลังจากมีความขัดแย้งหักหลังกัน เขาก็เอาข้อมูลเหล่านี้ไปแจ้ง ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. กลับไปเชื่อบุคคลคนเดียว และไม่เคยทำหนังสือมาสอบถามตน หรือสอบถามพยานที่เกี่ยวข้อง แล้วหนำซ้ำไม่พอยังไปเอาทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นทรัพย์สินของตนเองอีก
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฝากถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ และตนก็จะมีหนังสือไปด้วยว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ผู้ครอบครองข้อมูล ถึงมีการปล่อยข้อมูลออกไปทางสื่อมวลชน ทั้งที่เป็นเอกสารลับ แล้วให้สื่อมวลชนลงรายละเอียดขนาดนี้ เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีการตัดสินหรือพิพากษาจากศาล แต่ก็มีการนำข้อมูลมาเผยแพร่เพื่อให้สังคมพิพากษาตนไปแล้ว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ในการต่อสู้คดีของตนก็ต่อสู้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ตนเองเคารพ ป.ป.ช. เพราะเป็นสถาบันที่ตั้งมายาวนาน แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมแบบนี้อาจจะมีเจ้าหน้าที่บางคนมีใบสั่งมาหรือไม่.



