เบนซ์ เรซซิ่ง หนุนปรับเกณฑ์บริหารโทษราชทัณฑ์ เสนอจำคุกจริงขั้นต่ำ 20–25 ปี คดีอุกฉกรรจ์-ยาเสพติด
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมเสวนาและระดมสมองหัวข้อ “ทิศทางใหม่การบริหารโทษ : ได้สัดส่วน ปลอดภัย ตรวจสอบได้” พร้อมเปิดเวทีประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ในโครงการศึกษาวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียและการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด การลดวันต้องโทษจำคุก และการพักการลงโทษ พ.ศ. … และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ภายในงาน นายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรสซิ่ง” คณะทำงานด้านการพัฒนากฎหมาย กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้เข้าร่วมการหารือในฐานะหนึ่งในผู้มีส่วนได้เสีย โดยได้เปิดเผยถึงแนวทางการเสนอความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารโทษของผู้ต้องขังให้เหมาะสมและตอบโจทย์สังคมมากยิ่งขึ้น

“เบนซ์ เรสซิ่ง” ในฐานะ คณะทำงานด้านการพัฒนากฎหมาย กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ปัจจุบันมีกรณีที่เป็นประเด็นข้อกังขาในสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น ข่าวของนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ที่ต้องคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกคุมขังจริงเพียง 8–9 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัว จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของระยะเวลาการรับโทษ ซึ่งตนเองก็เห็นพ้องว่าผู้ต้องขังในคดีที่มีอัตราโทษรุนแรงไม่ควรได้รับการปล่อยตัวเร็วจนเกินไป
ด้วยเหตุนี้ การจัดเวทีระดมสมองจากทุกภาคส่วนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อร่วมกันกำหนดการบริหารโทษให้เกิดความสมดุล โดยต้องคำนึงถึง 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) ความรู้สึกและความเป็นธรรมของผู้เสียหาย (2) ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม (3) การให้โอกาสและสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังตามหลักมนุษยธรรม
สำหรับกรอบแนวคิดเบื้องต้นที่มีการหารือในที่ประชุมกลุ่มย่อย ได้มีการเสนอเกณฑ์กำหนดอัตราโทษจำคุกจริงขั้นต่ำในคดีสำคัญ อาทิ
คดีที่มีโทษประหารชีวิต (ที่ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ): เสนอให้กำหนดเกณฑ์ต้องรับโทษจำคุกจริงขั้นต่ำอย่างน้อย 25 ปี
คดีที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต: เสนอให้กำหนดเกณฑ์ต้องรับโทษจำคุกจริงขั้นต่ำอย่างน้อย 20 ปี
กลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ และคดีพิเศษ: ที่อยู่ในความสนใจอย่างใกล้ชิดของสังคมและสื่อมวลชน
นายอริย์ธัช คณะทำงานด้านการพัฒนากฎหมาย กรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเสียงสะท้อนของสังคม และกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับตัวเลขการคุมขังจริงที่เหมาะสม แม้การประชุมในครั้งนี้จะยังเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะในเบื้องต้น แต่เชื่อมั่นว่ากระบวนการหลังจากนี้จะนำไปสู่ความชัดเจนและเกิดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารระดับสูงกรมราชทัณฑ์ ที่ร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานทุกคนที่มาร่วมประชุมกลุ่มย่อยหรือโฟกัสกรุ๊ป ในครั้งนี้ด้วย



