ยืดเวลาสอบ “แหม่มเบลเยียม” อีก 1 เดือน เบื้องต้นนิติเวชยัน เสียชีวิตเพราะขาดอากาศ

1.07.17 | 13:43 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิพนธ์ รัตนศิริแสงโชติ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมร่วมกับ พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า ติดตามคดี น.ส.เอลิส ดัลเลมานจ์ นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียม อายุ 30 ปี ผูกคอตายเสียชีวิตบนเกาะเต่า เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยผลชันสูตรพลิกศพของสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ระบุสภาพร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย แต่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเพราะผูกคอตาย ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ร่วมคลี่คลายคดีแล้วนั้น

พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิพนธ์ รัตนศิริแสงโชติ  พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ. สภ.เกาะเต่า และ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก. สอบสวน ได้ร่วมกันไปตรวจสอบบังกะโลทริปเบิ้ลบี เป็นบังกะโลที่ผู้ตายเข้าพัก พร้อมทั้งได้เชิญพนักงานมาสอบสวนปากคำบุคคลที่บังกะโล
จากการสอบสวน ทราบว่า น.ส.เอลิส เข้ามาติดต่อห้องพักเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 19 เมษายน และมีสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้เดินทางขนาดใหญ่ ระบุต้องการห้องพักราคาถูกที่สุด เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เข้าพักได้ลงชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบรายละเอียดพาสปอร์ต แต่น.ส.เอลิสปฏิเสธ อ้างว่าต้องการพักผ่อนและจะนำมาให้ภายหลัง ทั้งนี้ในใบเข้าพัก น.ส.เอลิส ใช้ปากกาขีดทับปิดนามสกุล Dallemangec (ดัลเลมานจ์) และเขียนนามสกุลใหม่เป็น Depis( ดิฟีส)  หลังจากที่เข้าพักก็ไม่มีใครเจอตัว น.ส.เอลิส อีกเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น.ได้เกิดเพลิงไหม้ที่ห้องพักของ น.ส.เอลิส และลุกลามไปติดห้องใกล้เคียงอีก 3 หลัง

พล.ต.ต.ชลิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์มีการนำเสนอข่าวของสื่อออนไลน์ไทยและสื่อต่างประเทศ พล.ต.ท.ธเนตร์ พินเมืองงาม ผช.ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับ ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เร่งดำเนินการคลี่คลายข้อสงสัย ตรวจสอบสำนวนการสอบสวนคดีชันสูตร ให้มีการสอบสวนในประเด็นเพิ่ม เช่น กรณีกระเป๋าเดินทางที่ถูกส่งไปยัง จ.ชุมพร การตรวจสอบและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องประเด็นนี้ พบว่า กระเป๋าของผู้ตายถูกลืมทิ้งไว้บนเรือโดยสารของ บ.เรือเร็วลมพระยา เดินทางออกจากเกาะพะงัน ไปยัง จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 19 เม.ย. เป็นวันที่ผู้ตายเดินทางเข้าเกาะเต่า ไม่ได้เป็นการถูกส่งไปจากเกาะเต่า ส่วนประเด็นศพถูกสัตว์กัดแทะนั้น ได้สอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่เก็บศพ และผู้พบศพ เพื่อยืนยันสภาพศพ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้มีการบันทึกภาพและขั้นตอนการเก็บศพอย่างละเอียด และประกอบอยู่ในสำนวนการสอบสวนคดีชันสูตร ไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวหาของมารดาผู้เสียชีวิตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการบันทึกภาพขณะเกิดเหตุ และที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.ชลิต กล่าวอีกว่า ส่วนการสืบสวนเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้น ได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ประสานกับตำรวจสันติบาล ตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง เร่งติดตามนายรามัน อันเดรียส ผู้คลั่งไคล้ลัทธิสัตยะ สาอี บาบา ที่ผู้ตายมีความสนิทสนมด้วย และ น.ส.เอลิสมักจะเดินทางมาหานายรามันที่ประเทศไทยบ่อยครั้ง รายงานล่าสุดทราบเพียงว่า นายรามันมีถิ่นพำนักอยู่ที่อ่าวศรีธนู บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หากพบตัวนายรามัน อาจจะทำให้ทราบถึงสาเหตุของการเสียชีวิตได้

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จังหวัดจันทบุรี ฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่าได้เบื้องต้นรับรายงานจาก พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ถึงการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส ตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่ในส่วนของการสอบสวนสาเหตุนั้นพนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า สอบสวนปากคำพยานไปแล้วกว่า 10 ปาก พร้อมประสานนำศพคืนให้กับทางญาติไปแล้ว การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จจึงขอขยายเวลาการสอบสวนไปอีก 1 เดือน เพื่อให้แล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส เพื่อให้เกิดความรอบครอบจึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป ทั้งนี้ยังได้ประสานกับกรมการกงศุลประเทศเบลเยียม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของรูปคดี

Advertisement

รายงานอีกด้านหนึ่งแจ้งว่า น.ส.เอลิสก่อนหน้าที่จะมาเสียชีวิตที่เกาะเต่า ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะพะงัน มาเป็นระยะเวลา 18 เดือน และเข้ากลุ่มลัทธิสัตยะ สาอี บาบา หรือ ไส บาบา หัวหน้ากลุ่มเป็นชายชาวเยอรมัน สมาชิกของกลุ่มนี้จะเป็นชาวต่างชาติด้วยกัน มีสภาพจิตซึมเศร้าและมีปัญหาส่วนตัว จึงเข้าร่วมกลุ่มเพื่อบำบัด

แหล่งข่าวอ้างว่า ลัทธิสัตยะ สาอี บาบา หรือ ไส บาบา อดีตมนุษย์ศักดิ์สิทธิ์ที่เสียชีวิตเมื่อปี 1918 อ้างว่ากลับชาติมาเกิด ได้รับการยกย่องว่าเป็นศาสดาทางจิตวิญญาณจากสาวกผู้ศรัทธาหลายล้านคนทั่วโลก จากการมีอำนาจเหนือธรรมชาติ รวมทั้งความสามารถที่จะเสกวัตถุด้วยอากาศ สามารถระลึกชาติได้ และรักษาโรคร้ายขั้นรุนแรงได้ ที่ผ่านมา สัตยา ไสบาบา ยังได้สร้างอาณาจักรโรงเรียน”ไสบาบา”และศูนย์ต่างๆ ที่ได้ช่วยแพร่อิทธิพลของเขาไปทั่วโลก

ด้านสื่อต่างประเทศหลายสำนักอ้างการให้สัมภาษณ์ของนางมิเชล ฟาน เอทเทน มารดาของน.ส.เอลิส ที่ตั้งข้อสงสัยกับผลสรุปของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยถึงสาเหตุการเสียชีวิตบุตรสาวว่ามาจากการฆ่าตัวตายว่า อาจเป็นความพยายามที่จะปกปิดข้อเท็จจริง นางมิเชลยืนยันว่ายังไม่ได้รับทราบรายงานผลการตรวจชันสูตรศพของน.ส.เอลิส ไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะฆ่าตัวตาย แต่หวั่นเกรงว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต จากที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกันครั้งสุดท้าย น.ส.เอลิสก็ดูเป็นปกติและไม่มีสัญญานของความซึมเศร้าใดๆ ให้เห็น
“เราได้คุยกันเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เอลิสยังบอกว่า ได้จองตั๋วเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพแล้วและกำลังจะกลับบ้าน ไม่เข้าใจว่าเอลิสจะซื้อตั๋วสำหรับเดินทางกลับกรุงเทพแล้วเดินเข้าป่าเพื่อไปฆ่าตัวตายทำไม” นางมิเชลกล่าว นอกจากนี้สื่อต่างชาติยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการที่กระเป๋าของเอลิสถูกส่งมาถึงเกาะเต่าหลังจากที่เธอเสียชีวิต รวมถึงที่ไม่มีจดหมายลาตายก็เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเอลิสไม่น่าที่จะตั้งใจฆ่าตัวตายอีกด้วย

ขณะเดียวกัน กลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวบนเกาะเต่า นำโดยนายสุนทร ศรีสังข์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเต่า เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภ.8 ให้ดำเนินการตรวจสอบการนำเสนอข่าวของสื่อออนไลน์ท้องถิ่นแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย ให้เหตุผลว่า การนำเสนอข่าวหลายครั้งของสื่อดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ท่องเที่ยว และใช้ข้อความที่ผิดไปจากความเป็นจริง จงใจให้เกาะเต่าถูกเกลียดชัง หวาดกลัวและสับสน กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
พล.ต.ต.ชลิต กล่าวว่า ตำรวจสันติบาลได้ร่วมกับกองปราบปราม ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว คาดว่าจะมีการรายงานผลการปฏิบัติโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูง