คดี “ป๋อง” ยังไม่จบ! อัยการพัทยายื่นฟ้องอีกคดี ฆ่า 3 ศพครอบครัวไทย หลังขยายผลจากคดีสองพี่น้องรัสเซีย ศาลรับฟ้องนัดสอบคำให้การ 26 ต.ค.
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม มีความคืบหน้าต่อเนื่องในคดีของ นายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง กับพวก ภายหลังการสืบสวนคดีฆ่าฝังศพสองพี่น้องชาวรัสเซียในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำไปสู่การขยายผลพบอีกคดีสะเทือนขวัญ คือคดีฆ่า 3 ศพครอบครัวชาวไทย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในสวนมะพร้าวพื้นที่ห้วยใหญ่
ล่าสุดวันนี้ พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาได้ยื่นฟ้องนายป๋องกับพวกต่อศาลจังหวัดพัทยาในคดีดังกล่าว ศาลรับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1138/2569 และกำหนดนัดสอบคำให้การจำเลยในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น.
คดีนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย MISS DIANA NAZIMOVA อายุ 22 ปี และ MR. ROMAN NAZIMOVA อายุ 17 ปี ซึ่งถูกฆ่าและนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ โดยภายหลังสองพี่น้องหายตัวไปเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมนายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง และนายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล ได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ก่อนขยายผลจนพบศพของสองพี่น้องถูกฝังอำพราง
จากการสืบสวนขยายผลคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงการหายตัวไปของครอบครัวชาวไทย 3 คน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำไปสู่การค้นพบศพทั้งสามถูกฝังอำพรางอยู่ภายในสวนมะพร้าวในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่
ตามคำฟ้อง คดีสามศพเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลากลางคืนต่อเนื่องถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยนายป๋องกับพวกรวม 4 คน ร่วมกันใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เดินทางไปยังบ้านพักในหมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด .38 ติดตัวไป และนายป๋องกับนายธงชัยสวมเสื้อมีข้อความ “POLICE”
จำเลยกับพวกถูกฟ้องว่าได้ร่วมกันเข้าไปภายในบ้านในเวลากลางคืน แสดงตนให้ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ก่อนร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายวิเชียร น.ส.นิชาภา และ น.ส.ฉันทนา โดยใส่กุญแจมือนายวิเชียร และใช้เชือกฟางมัดข้อมือผู้เสียหายหญิงทั้งสอง
จากนั้นจำเลยกับพวกร่วมกันปล้นเอารถกระบะ โทรศัพท์และทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนใช้รถกระบะที่ได้จากการปล้นเป็นยานพาหนะนำตัวผู้เสียหายทั้งสามออกจากบ้านไปยังบริเวณสวนมะพร้าวในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ แล้วร่วมกันฆ่าผู้เสียหายทั้งสามโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก่อนนำศพไปฝังซ่อนเร้นเพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย รวมทั้งกระทำการแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป เพื่ออำพรางคดี
พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาจึงยื่นฟ้องจำเลยใน 9 ฐานความผิด ได้แก่ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาต, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปและมีอาวุธปืน, แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจ, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, ปล้นทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจ มีและใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และกระทำการแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี
การยื่นฟ้องคดีนี้มีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาเพิ่งมีคำสั่งอนุญาตให้ น.ส.ซารินา นาซิโมวา มารดาของสองพี่น้องชาวรัสเซีย เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ขณะที่นายป๋องและนายธงชัยได้เปลี่ยนคำให้การจากที่เคยปฏิเสธบางข้อหา มาเป็นรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ โดยคดีดังกล่าวศาลนัดสืบพยานประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
ส่งผลให้ขณะนี้ นายป๋องและผู้เกี่ยวข้องต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลจังหวัดพัทยาในคดีฆาตกรรมสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกัน 2 คดี คือคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย และคดีฆ่า 3 ศพครอบครัวชาวไทย ซึ่งถูกเปิดเผยขึ้นจากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องกัน
สำหรับคดีฆ่า 3 ศพครอบครัวชาวไทย ศาลจังหวัดพัทยารับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1138/2569 และกำหนด นัดสอบคำให้การจำเลยในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งจะต้องติดตามว่าจำเลยแต่ละคนจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาตามฟ้องอย่างไรต่อไป

