ออกหมายเรียกลูกชายแล้ว หลังเปิดตู้เซฟ แม่ภัทร ทรัพย์สินหายอื้อ เหลือไม่ถึง 1 ล้าน
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่วานนี้ ตำรวจเชิญนางนภัทร หรือ “แม่ภัทร” ผู้เสียหายคดีถูกบังคับพาตัวไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี มาที่ สน.วังทองหลาง เพื่อเปิดตู้เซฟคืนทรัพย์สิน แล้วพบว่าทรัพย์สินหายไปมากกว่า 80% เช่น ทองคำแท่งหนัก 10 บาท สร้อยทอง และเงินสด ส่วนทรัพย์สินที่พบภายในตู้เซฟ รวมมูลค่าไม่ถึง 1 ล้านบาท
พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ตามกระบวนการ พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ซึ่งได้ออกหมายเรียกให้ นายเบนซ์ ลูกชายของ “แม่ภัทร” มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยว่านัดหมายให้มาพบวันไหน เมื่อไร อย่างไร
ส่วนรายละเอียดผลการเปิดตู้เซฟเท่าที่พอเปิดเผยได้ พบภายในมีทรัพย์สินเก็บไว้ รวม 17 รายการ นับตู้เซฟด้วย แต่ตรงตามที่ “แม่ภัทร” แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้ มี 3 รายการ ประกอบด้วย กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 1 เส้น และแหวนล้อมเพชร 1 วง ซึ่งเมื่อวานนี้ได้คืนให้ไปแล้ว ยกเว้นตู้เซฟที่ยังต้องเก็บไว้ เพราะเป็นหลักฐานทางคดี
พ.ต.อ.เจษฎากล่าวต่อว่า ส่วนที่ตำรวจต้องดำเนินการต่อ คือการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง เพราะมีความแตกต่างกันระหว่างทรัพย์สินที่ “แม่ภัทร” แจ้งไว้กับพนักงานสอบสวน และที่ตรวจพบภายในตู้เซฟ
ส่วนที่ “แม่ภัทร” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไป พบว่ามีบางรายการไม่ได้อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน และเนื่องจากครั้งสุดท้ายที่ได้เปิดตู้เซฟ คือเมื่อปี 2567 จึงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคลี่คลายว่า จริงๆ แล้วทรัพย์สินที่มีอยู่ มีแค่ไหน และหายไปแค่ไหน เพื่อติดตามมาคืนผู้เสียหายต่อไป

