รองอัยการสูงสุด นำคณะผู้แทนพนักงานอัยการไทย พร้อมด้วยพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้แทน สปป.ลาว ศึกษาดูงานด้านการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ ณ เครือรัฐออสเตรเลีย ภายใต้โครงการความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง–ออสเตรเลียว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ มุ่งพัฒนาการดำเนินคดีและกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ
นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายคำเพ็ด สมวอละจิต รองอัยการประชาชนสูงสุด แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นำคณะพนักงานอัยการไทย พนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้แทน สปป.ลาว ศึกษาดูงานด้านการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในรูปแบบออนไลน์ (Online Child Sexual Exploitation: OCSE) ณ เครือรัฐออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 19 – 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้โครงการความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง–ออสเตรเลีย ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Mekong-Australia Partnership – Transnational Crime: MAP-TNC) โดยการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กในสภาพแวดล้อมดิจิทัล และการคุ้มครองสิทธิของเด็กผู้เสียหายในกระบวนการยุติธรรม
การศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานสำคัญของออสเตรเลีย ได้แก่ สำนักงานผู้ตรวจการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์ของออสเตรเลีย (eSafety Commissioner), สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งประเทศออสเตรเลีย (Attorney-General’s Department: AGD), กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (Department of Foreign Affairs and Trade: DFAT), สถาบันอาชญาวิทยาแห่งออสเตรเลีย (Australian Institute of Criminology: AIC), สำนักงานผู้อำนวยการอัยการแห่งเขตเมืองหลวงออสเตรเลีย (Director of Public Prosecutions, Australian Capital Territory: DPP ACT), สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth Director of Public Prosecutions: CDPP), สำนักงานผู้ตรวจการด้านสิทธิผู้เสียหายแห่งเขตเมืองหลวงออสเตรเลีย (ACT Victims of Crime Commissioner), ศาลสูงแห่งออสเตรเลีย (High Court of Australia), หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ของสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP), ศูนย์ต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็กแห่งออสเตรเลีย (Australian Centre to Counter Child Exploitation: ACCCE) และ Bravehearts ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการช่วยเหลือเด็กผู้รอดพ้นจากการล่วงละเมิดทางเพศ

สาระสำคัญของการศึกษาดูงานครอบคลุมแนวทางการป้องกันและรับมือกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ บทบาทของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางออนไลน์ กรอบกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงแนวทางการประสานงานและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศ (Mutual Legal Assistance: MLA) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคดีที่มีพยานหลักฐาน ผู้กระทำความผิด หรือผู้เกี่ยวข้องอยู่ในหลายเขตอำนาจรัฐ
ในด้านการดำเนินคดี คณะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอพยานหลักฐานดิจิทัลและพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาล ตลอดจนข้อท้าทายในการดำเนินคดีอาชญากรรมที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลของสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย และแนวทางการสืบสวนสอบสวนของศูนย์ ACCCE เพื่อนำองค์ความรู้มาประกอบการพิจารณาพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการไทยให้สอดคล้องกับลักษณะอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของการคุ้มครองเด็กผู้เสียหายและพยาน คณะได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง การคุ้มครองสิทธิของเด็กและพยานที่อยู่ในภาวะเปราะบาง การให้ความช่วยเหลือผ่านกลไกผู้ประสานงาน ตลอดจนการส่งต่อผู้เสียหายและการให้บริการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยา ตลอดจนโครงการรณรงค์ป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรภาคประชาสังคม ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินคดีสามารถนำผู้กระทำความผิดมารับโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการป้องกันและการคุ้มครองเด็กมิให้ได้รับผลกระทบซ้ำจากกระบวนการยุติธรรม
รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้เข้าศึกษาดูงาน ณ เครือรัฐออสเตรเลีย ในครั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดจะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดในการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการสั่งคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่มักมีลักษณะข้ามชาติและเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน โดยจะมุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการให้สามารถรับมือกับความท้าทายในการดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม คู่มือการปฏิบัติงาน และโครงการเชิงป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และการนำแนวปฏิบัติที่เหมาะสมไปใช้ในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การศึกษาดูงานยังเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศไทย เครือรัฐออสเตรเลีย และ สปป.ลาว ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก และยกระดับการคุ้มครองเด็กให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป


