เปิดเนื้อหา พรบ.ปืน ฉบับใหม่ ต้องต่อใบป.4 ทุก 5 ปี ติดดาบ อธิบดีปค.ยึดตรวจสอบ
วันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์รัฐสภา เปิดรับฟังความเห็น ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย กับคณะ ระหว่างวันที่ 20 ต.ค.- 3 พ.ย. 2569
โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญ กำหนดนิยามของคำว่าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน ให้ครอบคลุมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่นพลังงานไฟฟ้า กลไก และการดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน
เพิ่มคำจำกัดความเรื่องดอกไม้เพลิง ให้ครอบคลุม พลุ ประทัดไฟ ประทัดลม บั้งไฟ ตะไล รวมถึงวัตถุอื่นใดที่อธิบดีกำหนด และให้ทนายทะเบียน และเจ้าหน้ารที่มีอำนาจตรวจยึดได้
ให้อำนาจอธิบดีกรมการปกครอง มีอำนาจในการออกระเบียบ และประกาศในการควบคุมตามกฎหมาย กำหนดจำนวนเครื่องกระสุนปืนที่ผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครอง
เพิ่มใบอนุญาตแบบใหม่ ให้มีอาวุธปืนไว้เพื่อสะสมเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยห้ามยิง ห้ามมีกระสุน และห้ามโอนใน 10 ปี
กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตปรับปรุงลักษณะต้องห้าม อาทิ เคยต้องโทษจำคุกในความผิดร้ายแรง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน มีอาการทางจิตเวชซึ่งแพทย์เห็นว่าไม่ควรมี/ใช้อาวุธปืน ผู้ไม่มีอาชีพ รายได้ หรือไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้ที่มีอายุ ไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ (เว้นแต่ประกอบอาชีพที่มีความจำเป็นตามประกาศกำหนด) ไม่มีสมรรถภาพที่จะใช้อาวุธปืนได้อย่างปลอดภัย
กำหนดให้บุคคลภายนอกที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบ ตรวจพิสูจน์สมรรถภาพแทนนายทะเบียนได้
กำหนดใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) มีอายุ 6 เดือน ใบอนุญาต มีและใช้(ป.4) อายุ 5 ปี และต้องต่ออายุใหม่ ส่วนผู้ที่มีใบอนุญาตอยูู่แล้ว ต้องนำอาวุธปืนมาจัดทำรายละเอียดอัตลักษณ์ และเข้ารับการสอบสวนคุณสมบัติภายใน 5 ปี
การสั่งหรือนำเข้าเพื่อการค้า ต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีก่อนออกใบอนุญาต เพิ่มโทษการซื้อขายออนไลน์อีก 1 ใน 3 การสั่งนำเข้ากระสุนปืนสำหรับกีฬายิงปืน ของสนามยิงปืน ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตามระเบียบที่กำหนด
ปืนที่ผู้มีใบอนุญาต ไม่ประสงค์จะมีอาวุธปืนอีก ให้ส่งคืนราชการ หากสภาพดีจะจัดเก็บไว้ใช้ในราชการ แต่หากเก่า ไม่ได้มาตรฐานให้ทำลายทิ้ง
กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ปลัดอำเภอขึ้นไปสังกัดกรมการปกครอง มีอำนาจเป็นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามพรบ.นี้ และให้อำนาจยึดปืนไว้เพื่อตรวจสอบได้



