ตร.ไซเบอร์ สอบ ชัยรัตน์ 6 ชม. เผยเชี่ยวชาญไอที ทำงานบริษัทชั้นนำ จ่ออายัดดำเนินคดี 112

30.10.26 | 13:28 น.

ตำรวจไซเบอร์เค้นสอบ ชัยรัตน์ 6 ชม. ปมสลิปค่าน้ำชาปลอม ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ค้านประกัน ประวัติสนใจเรื่องการเมืองตั้งแต่ช่วงรัฐประหารตอนอายุ 14 ปี พบโปรไฟล์เชี่ยวชาญ Cyber Security ผ่านงานบริษัทไอทีชื่อดังหลายแห่ง ทำหน้าที่สแกนป้องภัยคุกคามระบบเครือข่าย

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 รายงานข่าวระบุว่า พนักงานสอบสวนบก.สอท.1 ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ในการสอบปากคำ นายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีเพจ “Godd Dam” โพสต์สลิปโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาท โดยเป็นการสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมีการบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ทว่าผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่มาของสลิปดังกล่าว

นอกจากนี้ ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลทางคดีหลังพบพยานหลักฐานข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ว่าน่าจะมีผู้ร่วมกระทำความผิด ทั้งในส่วนของร่วมขบวนการและผู้ที่ช่วยให้การหลบหนี หลังพบพฤติการณ์ของนายชัยรัตน์ก่อนถูกคุมตัว มีการหลบเลี่ยงการจับกุมด้วยการเปลี่ยนที่พักอาศัยชั่วคราวหลายแห่ง ทั้งโรงแรมและห้องเช่ารายวันย่านรัชดา ก่อนจะยินยอมเดินทางมาพร้อมทีมทนายความและถูกจับกุมตามหมายจับ


โดยช่วงบ่ายวันนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ร่วมกับตำรวจสันติบาล ได้เข้าพบชุดทำงานตำรวจไซเบอร์เพื่อขอข้อมูลทางคดีไปประกอบสำนวน ขออนุมัติศาลออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้วางแนวทางไว้ว่า หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ก็พร้อมจะนำหมายจับคดีความมั่นคงเข้าจับกุมอายัดตัวต่อทันที แต่หากศาลไม่ให้ประกันตัวและต้องส่งตัวเข้าเรือนจำ พนักงานสอบสวนก็พร้อมเดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายในเรือนจำต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับประวัติและปูมหลังของ นายชัยรัตน์ พบว่ามีความสนใจและติดตามประเด็นการเมืองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงการทำรัฐประหารขณะที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 14 ปี จนกระทั่งเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในมุมการทำงาน พบว่ามีความเชี่ยวชาญและสนใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) อย่างลึกซึ้งในระดับสุดโต่ง โดยมีประสบการณ์ผ่านการทำงานให้แก่บริษัทไอทีชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง รับหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และวางระบบป้องกันภัยคุกคามบนเครือข่ายและดูแลระบบข้อมูลขององค์กรอย่างจริงจัง ก่อนจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว

Advertisement