เจ้าของร้านเอ็กเซนจ์ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สังเกตเห็นหนุ่มอุซเบกิสถานนำเงินดอลลาร์ปลอมแลกที่ร้าน ให้ลูกสาวถ่วงเวลา แจ้ง จนท.รวบได้ทันควัน
เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งจากเจ้าของเอ็กเซนจ์ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เเอนด์ พี(2012) ซึ่งตั้งอยู่ 107/8 หมู่ 4 ถนนปฏัก ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต (ห่างจาก สภ.ฉลอง เพียง 400 เมตร) ว่าได้มีชาวต่างชาตินำดอลลาร์มาเเลก ตรวจสอบพบว่าคล้ายเป็นเงินดอลลาร์ปลอม ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยทางร้านแจ้งว่ากำลังถ่วงเวลาให้เจ้าหน้าที่มาถึง หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ รอง ผกก.(ป) สภ.ฉลอง นำโดย พ.ต.ท.โยคิน จันทร์คง สวป.สภ.ฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ฉลอง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบชาวต่างชาติตามที่รับแจ้ง ทราบชื่อภายหลังคือ นาย BOBOYEB G’OLIJON OBIDOVIVH อายุ 27 ปี ชาวอุซเบกิสถาน กำลังเดินออกจากร้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบก่อนเชิญตัวมาสอบสวนสวนที่ สภ.ฉลอง เบื้องต้นตรวจสอบภายในตัวของนาย BOBOYEB พบเงินดอลลาร์ของปลอมฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 17 ใบ รวม 1,700 ดอลลาร์ และเงินดอลลาร์จริง ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 8 ใบรวม 800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 57,772 บาท พร้อมใบแจ้งหักบัญชี/ใบเสร็จธนาคารกรุงเทพสาขาเชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง 2 ฉบับ ฉบับแรก ระบุตัวเลขว่ามีการแลกเปลี่ยนเงินสด 1,500 ดอลลาร์ แลกเป็นเงินไทย 51,315 บาท และฉบับที่ 2 ระบุตัวเลขว่ามีการแลกเปลี่ยนเงินสด 1,620 ริงกิต (มาเลเซีย) แลกเป็นเงินไทย 12,247 บาท ลงวันที่วันที่ 3 กรกฎาคม

ทั้งนี้ จนท.ตำรวจ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเเลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพ สาขาฉลอง มาช่วยตรวจสอบธนบัตรทั้งหมด ผลปรากฏว่า มีเงินดอลลาร์ฉบับละ 100 ดอลลาร์ 17 ใบ มี จำนวน 9 ฉบับ (รวม 900 ดอลลาร์) เป็นแบงก์ปลอม ส่วนที่เหลือ อีกจำนวน 8 ฉบับ 800 ดอลลาร์ นั้นเป็นของเเท้
จากการสอบถาม นาย BOBOYEB ผ่านล่ามว่าตนเองได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2560 ในเวลา 08.30 น.เป็น การมาท่องเที่ยวพักผ่อน15 วัน และหลังลงจากเครื่องบินได้เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ ต.เชิงทะเล เเละในวันนี้ ได้ไปเเลกเงินที่ธนาคารกรุงเทพฯ โดยได้นำเงินดอลลาร์จำนวน 1,500 ดอลลาร์ แลกเป็นเงินไทย 51,315 บาท และเงินสด 1,620 ริงกิต(มาเลเซีย) แลกเป็นเงินไทย 12,247 บาท แต่ขณะไปแลกเงินนั้น เจ้าหน้าที่ธนาคารได้แจ้งว่า เงินบาทของธนาคารได้หมด ธนาคารจึงได้ให้เงินดอลลาร์กลับมาแทน อีกจำนวน 9 ฉบับ 900 ดอลลาร์ ตนจึงนำมาแลกที่ร้านเอ็กเซนจ์แห่งนี้
ด้านนางกรรณิการ์ พัฒน์คงอายุ 59 ปี เจ้าของเอ็กเซนจ์ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ นาย BOBOYEB ได้นำเงินดอลลาร์ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 9 ใบ รวม 900 ดอลลาร์ มาแลกเปลี่ยน ตนจึงรับเงินมาตรวจนับและพบว่าเงินดอลลาร์ที่รับมามีความผิดปกติ เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นเเบงก์ปลอม จึงได้เรียกบุตรสาว (น.ส.ธิดาธง พัฒน์คง อายุ 32ปี ) มาคุยเพื่อถ่วงเวลา ก่อนที่ตนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างพี่ถ่วงเวลาอยู่นั้น นาย BOBOYEB เริ่มแสดงท่าทีสงสัย จึงพยายามของเงินดอลลาร์คืน ตนจึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ใกล้จะถึงแล้วจึงได้ให้เงินคืน ก่อนที่ จนท.ตำรวจจะเดินทางมาถึงและได้เชิญตัวไปสอบสวนที่ สภ.ฉลอง ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคำพูดของ นาย BOBOYEB ล่าสุดได้ประสานไปยังธนาคารกรุงเทพสาขาเชิงทะเล เพื่อหาข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามฯ ร่วมสืบสวนขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ เกี่ยวข้องอีกหรือไม่

