เมื่อเวลา 15.40น.วันที่ 3 ก.ค. ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพผู้เสียชีวิตฝั่งอยู่ในทราย บริเวณชายหาดละไม ม.3 ต.มะเร็ต จากนั้นจึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สภ.บ่อผุด รับทราบ และแจ้งให้ พ.ต.ท.ภูศโรจน์ นาคพิน รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รอง ผกก.สืบสวน ร.ต.ท.รัฐกาญจน์ จันทร์วงศ์ รองสารวัตรสอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย อาสาสมัครมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ห่างกับทางลงหาดสาธารณะหาดละไม ประมาณ 100 เมตร พบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกำลังยืนดูด้วยความสนใจ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเชือกมากั้นเป็นแนวเขตจุดที่พบศพถูกฝั่งไว้ทราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำจอบมาขุดทรายออกเพื่อนำศพขึ้นมา ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาตลอดเวลา ซึ่งขุดลึกลงไป 1 เมตร ก็พบศพอยู่ในสภาพนอนตะแคง เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 40 ปี ใส่เสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกของมีคมแทงที่ช่องท้อง ตรวจค้นตามตัวไม่พบหลักฐานประจำตัว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ได้ไปพบรองเท้าแตะแบบหูคีบ 1 คู่ กระเป๋าใส่เหรียญ 1 ใบ และถุงผ้าใส่ทอง 1 ใบ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมานางอี๊ด เจ้าของร้านนวดแผนไทยที่หาดละไม ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ตายคือนางรูซี่ หรือ นางช้าง สัญชาติเมียนมา เชื่อสายเนปาล อยู่เกาะสมุยมาประมาณ 10 ปี เป็นคนเร่ร่อนเดินอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวหาดละไม และหาดเฉวง มีสติไม่ค่อยดี และมีนิสัยชอบไปด่าทอคนอื่นด้วยคำหยาบคาย และชอบเดินไปขอเงินกับนักท่องเที่ยวได้วันละ 200-300 บาท นอกจากนี้ผู้ตายยังใส่สร้องคอทองคำหนัก 1 บาท และเคยบอกว่าได้พักอยู่กับเพื่อนที่เป็นแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมา แต่ไม่ทราบว่าอยู่บริเวณไหน และตอนนี้ไม่มีที่พักแล้ว ซึ่งปกติผู้ตายจะไปหาตนเองทุกวัน และ 3 วันที่ผ่านมาไม่เห็นผู้ตาย จนมีผู้มาพบศพ
ทาง พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สภ.บ่อผุด ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปราม กระจายกำลังสืบหาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาร่องรอยของคนร้ายที่ก่อเหตุ และสืบหาแหล่งที่พักพิงของผู้เสียชีวิตว่าอยู่กับเพื่อนคนไหมบนเกาะสมุย เพื่อเรียกมาสอบปากคำ
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ต่างไม่มีใครรู้หรือเห็นว่านางรูซี่ มีปัญหากับใคร จึงคาดว่าเวลาก่อเหตุจะเป็นช่วงเวลากลางคืนเพราะมีมีคนพลุกพลาน คนร้ายไปพบเห็นผู้ตายใส่สร้อยคอทองคำและอยากได้ จึงได้ใช้ของมีคมแทงผู้ตายเพื่อชิงทรัพย์ และนำศพไปฝังทรายเพื่ออำพรางศพ ก่อนหลบหนีไป


