เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 3 ก.ค. เมื่อนางสาวกฤตติกา บุญปัสสะ อายุ 18 ปี นร.เรียนอยู่ชั้น ม.6 แห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เริงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองร้อยเอ็ด ว่าเมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ ตนได้ประกาศขายโทรศัพท์ เอาไอโฟน6 พลัส ทางเพจขายดี จากนั้นมีชายคนหนึ่งขอซื้อและขอดูโทรศัพท์ โดยนัดว่าจะไปรับแฟนที่ทำงาน อยู่บนศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด จึงให้นำมาให้ดูที่หน้าศาลากลางจังหวัด และตกลงราคากันที่ 12,000 บาท และหลังจากตงลงราคากันแล้ว อ้างว่าจะซื้อให้แฟนสาว จึงขอเอาไปให้แฟนดูก่อน แล้วจึงจามาจ่ายเงิน โดยขอให้รอที่หน้าศาลากลาง แต่ปรากฏว่ารอนานกว่า 30 นาที ไม่กลับมาจึงขึ้นไปตามแต่ไม่พบใคร จึงมั่นใจคงโนหลอก จึงไปขอดูจากกล้องวงจรปิดที่ห้องสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ที่บันทึกภาพไว้ได้ และถามแล้วไม่มีใครรู้จัก จึงขอเซฟภาพคนร้ายมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

และปรากฏว่าขณะที่เข้ามาแจ้งความปรากฏว่า พบชายคนดังกล่าว กำลังถูกชุดสายสืบสุรีสีห์ สภ.เมืองร้อยเอ็ด กำลังเรียกตัวมาสอบสวน ในข้อหายักยอกโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 ขนาด 16 กิ๊ก ซึ่งนางสาวณัชปภา ไพบูลย์ อายุ 27 ปี มาแจ้งความวันนี้ ว่า มีนายเกริกเกียรติ์ เกริกสกุล อายุ 36 ปี ที่รู้จักกันทางโซเชี่ยล มาซื้อโทรศัพท์ของตน โดยให้ไปส่งที่หอพักทานตะวันเพลส ห้อง 510 ไปเมื่อวันที่ 1 กค 2560 ในราคา 3,000 บาท และจ่ายเพียง 1,000 บาท ส่วนที่เหลือนัดจะจ่ายวันที่ 2 ก.ค.2560 แต่ไม่จ่ายสักที ตนจึงตัดสินใจแจ้งความและตร.ชุดสายสืบตามไปจับมาจากห้องพัก เพื่อสอบสวนดำเนินดคีหากไม่จ่ายเงิน แต่ปรากฏว่าเมื่อจับมาและกำลังสอบสวนปากคำ เจ้าทุกข์รายที่ 2 ที่มาแจ้งความ พบเข้าและนำคลิป จากกล้องวงจรปิดเปิดยืนยันให้พนักงานสอบสวนคนเดียวกัน จับกุมดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวงและลักทรัพย์เพิ่มเติม หลังไปค้นที่ห้องพักพบของกลาง และรับสารภาพว่า ไปหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 2 คนจริง จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป
ด้าน นร.ผู้เสียหายกล่าวว่า ตนประกาศโทรศัพท์ เนื่องจากน้องสาวป่วยไม่มีเงินจึงประกาศขาย แต่โดนหลอก
ในขณะที่ผู้ต้องหากล่าวว่า ทำเพราะจำเป็น เพราะมีปัญหาในครอบครัว เลยหนีออกจากบ้านแล้วไม่มีเงินใช้

