ขั้นตอนคัดเข้ม กว่าจะได้เป็น ประธานศาลฎีกา

4.07.17 | 13:06 น.

การประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ครั้งที่ 13/2560 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่มีวาระการประชุมเรื่องการพิจารณาเห็นชอบนายศิริชัย วัฒนโยธินประธานศาลอุทธรณ์ ที่มีอาวุโสสูงสุด ขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 44 ต่อจาก นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกาคนที่ 43 ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ เป็นที่จับตามอง

ผลคือ ก.ต.ลงมติ 14-0 เสียง ไม่เห็นชอบให้นายศิริชัย เป็นประธานศาลฎีกาคนต่อไปตามขั้นตอน การพิจารณาเริ่มต้นที่การประชุมคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อนุ ก.ต.)ซึ่งจะพิจารณาคุณสมบัติผู้พิพากษา ที่ทางสำนักงานศาลยุติธรรมเสนอชื่อต่ออนุ ก.ต.ให้พิจารณากลั่นกรอง

เมื่อมีการพิจารณาในขั้นอนุ ก.ต.แล้ว จะต้องส่งมติและรายงานการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติให้สำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อเสนอต่อที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คน ลงมติ

บัญชีรายชื่อที่เสนอต่ออนุ ก.ต. สำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอ 1 รายชื่อเท่านั้น จะไม่มีการเสนอชื่อผู้พิพากษาที่มีอาวุโสรองลงมาโดยการประชุมเพื่อมีมติของอนุ ก.ต. จะมีมติเพียงว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบบัญชีรายชื่อที่เสนอมา

อนุ ก.ต.ที่เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติผู้ที่ถูกเสนอบัญชีรายชื่อจากสำนักงานศาลยุติธรรมนั้น ประกอบด้วย ผู้พิพากษา 3 ชั้นศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ชั้นศาลละ 7 คนรวม 21 คน โดยจะมีอนุ ก.ต.ชั้นศาลฎีกาผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด 1 คนทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

Advertisement

รายชื่อ อนุ ก.ต. 21 คน ประกอบด้วยชั้นศาลฎีกา นายชัยยุทธ ศรีจำนง เป็นประธาน อนุ ก.ต. นายธีระพงษ์ จิระภาค น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม นางวาสนา หงส์เจริญ นายนิพันธ์ ช่วยสกุล นายปกรณ์ มหรรณพ และนายรังสรรค์ กุลาเลิศ

ชั้นศาลอุทธรณ์ มี นายสุทิน นาคพงศ์ นายสมเกียรติ ตั้งสกุล นายสมศักดิ์ ขวัญแก้ว นายชวลิตร อิศรเดช นายนำ กรุยรุ่งโรจน์ นางไข่มุกด์ ปอพานิชกรณ์ และนายชาติชาย เหลืองอ่อน

ศาลชั้นต้น ประกอบด้วย นายกิจชัย จิตธารารักษ์ นายนิกร ทัสสโร นายพรสักก์ พิทักษ์ธรรม นายสุวิชา สุขเกษมหทัย นายอิทธิพล โสขุมา นายกฤษณพล ณ ถลาง และนายจรัล เตชะวิจิตรา

สำหรับการพิจารณาของอนุ ก.ต.เที่ยวนี้ หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอชื่อนายศิริชัย ได้มีการประชุมพิจารณา 4 ครั้งด้วยกัน คือวันที่ 22, 26, 28 และ 29 มิถุนายน

การแต่งตั้งก่อนหน้านี้มักประชุมครั้งเดียว แล้วผ่านรายชื่อไปยัง ก.ต.สำหรับการประชุมครั้งหลังสุดคือ วันที่ 29 มิถุนายน มีผู้เข้าประชุม 20 คน โดยมีอนุ ก.ต.ลา 1 คน

ที่ประชุมพิจารณาความเหมาะสมรอบด้าน ทั้งเรื่องความอาวุโสถึงเกณฑ์ที่จะได้รับการโยกย้าย ความประพฤติ ผลงานการทำงาน ความรู้ความสามารถ สุขภาพ โดยเป็นการพิจารณาทุกเรื่องให้ครบถ้วนสมบูรณ์

มีการนำประวัติการรับราชการว่าในชีวิตการทำงานเคยถูกสอบสวน มีการตั้งคณะกรรมการบ้างหรือไม่ มีคนร้องเรียนความประพฤติ ทุกอย่างจะถูกหยิบยกขึ้นมาในที่ประชุม หรือมีข้อเท็จจริงใหม่ที่นอกเหนือจากประวัติที่สำนักงานศาลยุติธรรมส่งมา

แต่หากพบว่าเป็นกรณีที่มีการพบข้อเท็จจริงใหม่ นอกเหนือจากประวัติที่สำนักงานศาลยุติธรรมส่งมาแล้ว หรือที่เรียกว่าไม่ปรากฏข้อมูลชัดเจน อนุ ก.ต.อาจเรียกผู้ที่ถูกเสนอชื่อตามบัญชีมาไต่สวนเพิ่มเติม เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย ถึงจะมีการลงมติต่อไปได้

ในการลงมติเห็นชอบว่าจะผ่านบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น จะมีเหตุผลของอนุ ก.ต.ที่อยู่ในรายงานการประชุมอยู่แล้ว ดังนั้นในการลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ อนุ ก.ต.แต่ละคนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องระบุเหตุผลว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ลงไปหรือไม่ ก็ได้ ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด

ผลการลงมติในวันที่ 29 มิ.ย. เสียงข้างมากไม่ผ่านรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ

หลังจากนั้นทางสำนักงานศาลยุติธรรมนำมติการประชุม อนุ ก.ต. พร้อมรายงานการประชุม เสนอต่อที่ประชุม ก.ต.เพื่อพิจารณาเห็นชอบบัญชีรายชื่อที่เสนอมา และนัดประชุมเมื่่อวันที่ 3 กรกฎาคม

รายชื่อ ก.ต.ทั้ง 15 คน ประกอบด้วย นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง

ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน มี นายชีพ จุลมนต์ นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายสุทธินันท์ เสียมสกุล นายทวีศักดิ์ ทองภักดี และนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล

ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน มี นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี นายวิบูลย์ แสงชมภู นายศิริชัย ศิริกุล และนายธงชัย เสนามนตรี

ศาลชั้นต้น 2 คน มี นายณรัช อิ่มสุขศรี และนายเจริญ ดวงสุวรรณ์

รวมกับ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2 คน ประกอบด้วย นายปรีชา ชวลิตธำรง และนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

ก.ต.ทั้ง 15 คน ได้รับสำเนาเอกสารมติรายงานการประชุมไปอ่านก่อนวันประชุม ว่าจะเห็นชอบตามเสียงข้างมาก ตามมติอนุ ก.ต.หรือไม่ หรืออาจจะเห็นตามเสียงข้างน้อยก็ได้ โดยไม่มีข้อผูกมัดใด ว่า ก.ต.จะต้องเห็นชอบด้วยตามเสียงของอนุ ก.ต.

แต่ถ้า ก.ต.ยังเห็นสงสัยว่า ยังมีประเด็นที่ยังไม่กระจ่าง ก็มีสิทธิที่จะโยนกลับไปให้อนุ ก.ต.ไปไต่สวนเพิ่มเติมก็ได้ เรื่องนี้เป็นอิสระของ ก.ต. ถกกันถึงประเด็นต่างๆ ทุกประเด็น ก่อนที่จะพิจารณาเห็นชอบบัญชีรายชื่อ

หากผลการลงมติว่าผ่าน ผู้พิพากษาที่มีชื่อในบัญชีเสนอเป็นประธานศาลฎีกาจะได้รับการแต่งตั้งตามขั้นตอนแต่หาก ก.ต.ชุดใหญ่ มีมติเสียงข้างมาก ไม่ผ่านบัญชีชื่อ ต้องเริ่มกระบวนการเสนอบัญชีรายชื่อใหม่ โดยสำนักงานศาลยุติธรรมเสนอให้อนุ ก.ต.ทั้ง 21 คนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ จะพิจารณารายชื่อใหม่ ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

เมื่อรายชื่อของนายศิริชัยไม่ผ่าน ก็จะพิจารณาอาวุโสถัดไปคือ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาลำดับที่ 1 โดยกระบวนการคัดเลือกจะปฏิบัติเช่นนี้ต่อไปจนกว่า ก.ต.ชุดใหญ่จะมีมติ ผ่านบัญชีรายชื่อผู้พิพากษาที่จะแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา

ทั้งหมดนี้ คือกระบวนการคัดเลือกอันเข้มงวดเพื่อแต่งตั้งประธานศาลฎีกา

ผู้เป็นประมุขฝ่ายตุลาการ