จากกรณีมีการนำเสนอข่าวระบุว่า น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี เข็นรถวีลแชร์ที่มีลูกสาวชื่อบีม นั่งมา ตระเวนขายของตามศาลาวัด ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและบุตรสาวในแต่ละวัน หลังประสบอุบัติเหตุรถปิกอัพชนกับรถพ่วง18ล้อ เหตุเกิดที่อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้นายอรุณรัตน์ แก้วผ่อง สามีน.ส.พรทิพย์ เสียชีวิต ส่วนน.ส.พรทิพย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องบีม กระดูกทับไขสันหลังกลายเป็นคนพิการต้องนั่งวีลแชร์ ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากนายพิสิษฐ์ (สงวนนามสกุล) ทนายความช่วยดำเนินการทางคดี โดยบริษัทรถพ่วงคู่กรณีจ่ายเงินเยียวยาจำนวน5ล้านบาท แต่นายเอก กลับจ่ายให้กับน.ส.พรทิพย์ เดือนละ40,000 หมื่นบาท เป็นเวลา 7 เดือน ก่อนหนีไปและติดต่อไม่ได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่ากรณีทนายความโกงเงิน5ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นในสารบบยังไม่พบผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนว่าถูกนายพิสิษฐ์
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่สำนักงานสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 8 พร้อมคณะกรรมการ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายวันรัตน์ นาคสุวรรณ และ นางสาวสุชญา ขำเกิด ทนายความอาสาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ ในคดีอาญาดำที่ 195 /2548 คดีแดงที่ 396 /2509 ของศาลจังหวัดไชยา ที่มี น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ และ น้องบีม พร้อมพวกเป็นโจทก์ จนกระทั่งสิ้นสุดศาลอุทธรณ์ ทนายความทั้ง 2 คน ก็ไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด
นายลือชา กล่าว จากกระแสข่าวที่ออกมาทางทีวีและสื่อต่างๆทำให้ประกอบวิชาชีพทนายความเสียหายโดยเฉพาะว่า ทนายความโกงเงินลูกความเหตุในคดีนี้เกิดที่ ต.ท่าช้าง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตนในฐานะกรรมการบริหารสภาทนายความภาค 8 จึงเป็นมูลเหตุให้ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คดีนี้เกิดเหตุเมื่อปีพ.ศ 2547 ที่สภ.ท่าฉาง อ.ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี โดยมีเหตุรถพ่วง 18 ล้อออกจากปั๊มน้ำมันโดยพุ่งชนรถกระบะที่ น.ส.พรทิพย์ จันทรรัตน์ กับพวกขับมาบนถนนสายหลัก จนพนักงานสอบสวนตั้งข้อหานายบุญทัย โสมะเกิด ซึ่งเป็นพนักงานขับรถส่งฟ้องศาลในคดีอาญาดำที่ 195 /2548 คดีแดงที่ 396 /2509 ของศาลจังหวัดไชยาโดยมีนายวันรัตน์ นาคสุวรรณ ทนายความ เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดไชยา ในขณะที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องและดำเนินคดีอาญา ได้มีการสืบพยานจนเสร็จสิ้น ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกนายบุญทัย โสมะเกิดเป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน โดยนายวันรัตน์ นาคสุวรรณไม่ได้เรียกร้องค่าทนายความแต่อย่างใด
ต่อมาน.ส.สุชญา ขำเกิด ซึ่งเป็นทนายความอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ว่าความให้ในส่วนแพ่งเรียกค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้ง 5 คน คือนางอุษา โสมเกิด ที่1 นายสมโชค โสมะเกิดที่ 2 นางสาวพรทิพย์ จันทรรัตน์ที่ 3 เด็กหญิงภัทรลดาแก้วผ่อง โดยนางสาวพรทิพย์ จันทรรัตน์ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมที่ 4 นางสุภาพรณ์ จันทร์อ่อน ที่5 ในคดีดำที่ 257/2554 คดีแดงที่ 3236/2556 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ได้รับเงินทั้งสิ้น 4,735,300 บาท
“ วันนี้ในนามสภาทนายความภาค 8 พวกตนต้องปกป้องทนายความที่มีกว่า 8 หมื่นคนทั่วประเทศ และ กว่า 2 หมื่นคนในภาค 8 วันนี้มารยาทการเป็นทนายความเรามีกฎระเบียบที่มีไว้เพื่อให้ทนายความได้เคารพตามกฎ แต่หากเป็นทนายความนอกรีตก็ต้องถูกลงโทษไป การกระทำในครั้งนี้ของทนายความคนดังกล่าว เราถือว่าสร้างความเสียหายให้อย่างมาก เราจึงขอประณามการกระทำของทนายความคนดังกล่าว จึงวอนสื่อช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงว่าน.ส.สุชญาและนายวันรัตน์ 2 ทนายความ ที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือน.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ และ น้องบีม พร้อมพวกจนแล้วเสร็จ ส่วนขั้นตอนที่เหลือจากนั้นทนายความทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด”นายลือชากล่าว

