อ.ตฤณห์-ทนายเป้ง โร่แจ้งความสอบเส้นเงินบริจาค องค์กรทำดี ปมช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

4.11.26 | 17:07 น.

อาจารย์ตฤณห์-ทนายเป้ง โร่แจ้งความ หลังบริจาคหลักหมื่น หวังว่าเงินของตนจะอยู่ในส่วน 2% ที่ถูกนำไปช่วยเหลือน้ำท่วมใต้จริง ลั่นไม่ว่าจะองค์กรใด ก็ไม่สามารถเชื่อถือได้เต็มร้อยขึ้นอยู่ที่กิเลสของบุคคล

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) “อาจารย์ตฤณห์” หรือ ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาชื่อดัง และ ทนายเป้ง อรรณพ บุญสว่าง ในฐานะทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากเคยโอนเงินบริจาคจำนวน 20,000 บาท เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่หาดใหญ่ เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2568 ให้มูลนิธิองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา

“ทนายเป้ง” เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวจากสังคมแล้วอาจารย์ตฤณห์เกิดความไม่สบายใจ ซึ่งอาจารย์ตฤณห์ก็พบเห็นว่าจะมีการนำเงินไปทำการกุศล ด้วยความรู้สึกศรัทธาจึงได้โอนไป แต่หลังจากนั้นเงินจะไปไหนต่อ อยากให้มีการตรวจสอบก็เลยพาอาจารย์มาในวันนี้


ด้าน “อาจารย์ตฤณห์” เปิดเผยว่ามีการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีโดย บุ๋ม ปนัดดา เมื่อปี 2568 ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท โดยสลิปการโอนเงิน 20,000 บาทนี้ เพิ่งค้นเจอเมื่อคืนก่อนเนื่องจาก คุณแม่ทักท้วงให้ลองค้นดู

ทั้งนี้ตนเอาเลขบัญชีของมูลนิธิฯ มาแปะไว้ หน้าเพจเฟซบุ๊ก และแคปภาพหน้าจอไปโพสต์ลงโซเชียลเพื่อเชิญชวนผู้อื่นมาร่วมบริจาค ซึ่งทางพี่บุ๋มก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณในโพสต์ดังกล่าว ไม่เคยพูดคุยหรือแจ้งโดยตรงว่าได้โอนเงินบริจาคไปแล้ว

ทั้งนี้เจตนาเพื่อทำบุญ และอยากจะช่วยเหลือ แล้วก็เห็นว่าลำพังตัวเองไม่สามารถลงไปหน้างานได้ เพราะมีงานประจำสอนหนังสือ จึงโอนเงินช่วยเหลือผ่านทางพี่บุ๋มที่ลงพื้นที่หน้างาน

Advertisement

นอกจากนี้ ตนยังได้กระจายการบริจาคไปยังลูกศิษย์ (เจิน) เป็นเงิน 30,000 บาท ซึ่งมีการถ่ายรูปสิ่งของที่นำไปช่วยเหลือชาวบ้านกลับมาให้ดูทันทีว่าเป็นการแปลงเงินเป็นของไปช่วยชาวบ้านจริงๆ

“เห็นมูลนิธิฯ เข้าไปหน้างานก็เลยคิดว่า เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา น่าจะช่วยช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนในภาคใต้ได้” อาจารย์ตฤณห์ กล่าว

ส่วนการเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิ์ในฐานะเจ้าของเงินเพื่อตั้งคำถาม และขอให้เกิดการตรวจสอบกระแสเงินสด การถอนเงิน และเส้นทางการเงิน ยืนยันว่าการแจ้งความไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว หรือเป็นเรื่องของความเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจ และไม่ว่าเงินจะมากหรือน้อย แม้เพียงบาทเดียว เจ้าของเงินก็มีสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีเพื่อขอความชัดเจนได้

ทั้งนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่าเงินถูกนำไปช่วยเหลือประชาชนจริงเรื่องก็จบ โดยหวังว่าเงิน 20,000 บาทของตนจะอยู่ในกลุ่ม 2% ที่นำไปช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ตามที่มีกระแสข่าว ว่า 98% ถูกนำไปใช้ส่วนตัว

ทั้งนี้พฤติการณ์ และการกระทำความผิดมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน และร่วมกันกระทำผิด ในทางกฎหมายจะเรียกว่า “องค์กรอาชญากรรม” หรือ “อาชญากรรมคอปกขาว”

สำหรับประเด็นสิ่งของบริจาคที่ถูกนำไปทิ้ง ตนมองว่าเป็นพฤติกรรมปกติของผู้ก่ออาชญากรรมที่ไม่ต้องการสิ่งของแต่ต้องการเงิน ส่วนกรณีข่าวเรื่องผู้ใหญ่ช่วยเหลือในการประกันตัว ตนเห็นว่าหากเกิดขึ้นจริงจะไม่ยุติธรรมต่อคดีอื่น และควรเปิดเผยชื่อผู้ใหญ่นั้นให้ประชาชนรับทราบ

นอกจากนี้ยังตั้งสมมติฐานว่าการถือครองทรัพย์สินอาจมีการใช้บุคคลใกล้ชิดหรือนอมินีถือแทน

ทั้งนี้ ในด้านของความรู้สึกไม่ได้ช็อก เพราะทำใจยอมรับสภาพความจริงไว้แล้ว เคยเจ็บมาเยอะ ในทางจิตวิทยา การเอาใจไปผูกหรือเชื่อถือใครมากๆ จนออกตัวปกป้อง เรียกว่า“Parasocial” ซึ่งถือเป็นบทเรียนว่าไม่ว่าจะวัด มูลนิธิฯ หรือองค์กรใด ก็ไม่สามารถเชื่อถือได้ 100% เนื่องจากเป็นเรื่องกิเลสของบุคคล

อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ภาษากาย เพราะไม่สามารถตัดสินคนจากภายนอกได้ การตัดสินคนจากภายนอกเรียกว่า “อคติ” แม้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะขัดแย้งกับภาพการทำประโยชน์เพื่อสังคมที่เคยเห็นก็ตาม

ส่วนกรณีหากท้ายที่สุดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง และอาจส่งผลต่อสถานะหรือตำแหน่งต่างๆ เช่น มงกุฎนางงาม “ทนายเป้ง” กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องเป็นไปตามการพิจารณาของหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง และเจ้าของรางวัลต่าง ๆ ว่าจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร ซึ่งไม่สามารถไปกำหนดแทนได้ ก่อนจะเดินขึ้นไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ต่อไป