สุดทน! แฉต่อรอบ 2 ‘นายทุนภูเก็ต’ สามีบุ๋ม-ปนัดดา ยึด ‘สระหลวง’ 4 ไร่ ล้อมรั้วปิดทางน้ำ ทำพืชผลชาวบ้านพังยับ ร้องเรียน 3 ปีคดีไม่ดัก!
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีว่า ได้รับการร้องทุกข์ชาวบ้าน จากนาย พ. เจ้าของที่ ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชนเป็นรอบ 2 หลังร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรม อ.กบินทร์บุรีและแจ้งความที่ สภ.กบินทร์บุรีมานานแล้วยังไม่คืบหน้า
โดยระบุว่า เกิดการพิพาทกับสามีปุ๋ม ปนัดดา กรณีร้องทุกข์สื่อ หลังถูกนายทุนรายใหญ่จากภูเก็ต (สามีของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) เข้ายึดถือครอบครอง “สระน้ำสาธารณประโยชน์” (สระหลวง) ขนาดราว 4 ไร่ พร้อมล้อมรั้วตะแกรงเหล็กแน่นหนา ทำลายทางระบายน้ำเดิม ทำให้น้ำท่วมขังแปลงเกษตรเสียหายหนัก แถมเรื่องเงียบกริบมานานกว่า 3 ปี ทั้งที่แจ้งความและยื่นศูนย์ดำรงธรรมตั้งแต่ปี 2565
ระบุต่อว่า สระน้ำดังกล่าวเป็นงบกรมประมงที่ขุดไว้ตั้งแต่ปี 2539–2540 เพื่อให้ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานกว่า 20 ปี กระทั่งปี 2564 นายทุนรายดังกล่าวได้มาซื้อที่ดินข้างเคียง แล้วเข้าขุดขยายสระ นำดินมาถมคันล้อมรอบ ทำลายท่อระบายน้ำคอนกรีตเดิม และล้อมรั้วเหล็กตัดขาดชาวบ้านไม่ให้เข้าใช้น้ำหรือจับปลาได้อีกเลย
ผู้ร้องเรียนเปิดเผยด้วยความแค้นใจว่า “พอฝนตก น้ำเกษตรกรไหลลงสระไม่ได้ เพราะทางน้ำถูกทำลายและมีคันดินกั้น น้ำจึงท่วมขังนาข้าว ไผ่เลี้ยงของผมโดนน้ำท่วมเน่าตายไปกว่า 50 กอ เสียหายกอละร่วมพัน ชาวบ้านจะสูบน้ำไปใช้ก็ไม่ได้เพราะติดรั้วเหล็ก ร้องเรียน สภ.กบินทร์บุรี และศูนย์ดำรงธรรมตั้งแต่ปี 2565 เรื่องก็เงียบ ทั้งที่มีพยานยืนยันชัดเจน ล่าสุด พ.ย. 67 เจ้าหน้าที่ลงตรวจก็เข้าไม่ได้เพราะติดรั้วนายทุน แล้วก็เงียบหายไปอีก ‘ความล่าช้าคือความยุติธรรมที่ถูกปล้น’ งบแผ่นดินกลายเป็นของส่วนตัว นั่งเฉยกันอยู่ได้อย่างไร” ได้ร้องทุกข์สื่อมวลชนขึ้น
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ส่งเรื่องถึงไลน์ส่วนตัวของ นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี (พึ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งต้นปี 2568) ซึ่งได้รับตอบกลับว่าจะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ให้โดยด่วน
ด้าน นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยก่อนหน้านี้ ว่า “ที่ดินของคุณก๊อต (สามีบุ๋ม) ฟังว่ามีเอกสาร นส.3 ตั้งแต่ก่อนซื้อ แต่รอบข้างเป็นที่ ส.ป.ก. และที่ป่าไม้ทั้งหมด ตำบลเขาไม้แก้วมีที่นายทุนและบริษัทครองครองกว่า 60% หลายพันไร่ไปจนถึงสาย 359 มีแต่นามสกุลดัง ถ้าคุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมลงมาตรวจสอบ ผมพร้อมนำทางและให้ข้อมูลเจาะลึกทันที อยากให้มาสะสางทั้งระบบให้ชัดเจน”






