เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนขายสาริกา เข้าร้องทุกข์ต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบการทำธุรกิจหลอกขายเครื่องลางของขลังที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศเมียนมากับเจ้าของเพจเฟซบุ๊คชื่อ “ปุ้มปุ้ย แอปเปิ้ลช้อป”
นางประวีณ์นุช จันทร์ประเสริฐ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องลางของขลังจากเพจเฟสบุ๊คชื่อ ‘ปุ้มปุ้ย แอปเปิ้ลช้อป’ เมื่อเดือน พ.ค.2559 ซึ่งเดิมตนเป็นเพียงผู้ที่เช่ามาบูชา เพราะมีความเชื่อเรื่องโชคลาง และทำธุรกิจขายต้นไม้อยู่ที่จ.ภูเก็ต ต่อมาได้ถูกชักชวนให้เป็นตัวแทนจำหน่าย จึงเริ่มรับเครื่องลางดังกล่าว มาจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ซึ่งวัตถุมงคลจากเพจดังกล่าว จะมีหลายรุ่นหลายราคา โดยเริ่มต้นที่รุ่นพารวย เป็นสาริกาเลี่ยมทองชุบ ราคา 990 บาท รุ่นเสริมดวง ราคา 1,990 บาท และรุ่นรวยเปรี้ยง ราคา 3,990 บาท นอกจากนี้ ยังมีเครื่องลางของขลังงอื่น ๆ เช่น ระฆัง และกำไลหิน
นางประวีร์ณุช กล่าวต่อว่า ผู้ผลิตอ้างว่าจะมีรุ่นใหม่ ๆ มาเสนอขายอยู่เป็นระยะโดยอ้างว่าแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันทางด้านโชคลาภ การให้พลัง ความร่ำรวย เพราะผลิตจากไม้ราชพฤกษ์ หรือไม้คูณ และไม้กฤษณาขาว ซึ่งเป็นของสูงและหายาก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยรุ่นตัวท็อปของสาลิกานั้น คือรุ่นมหาลาภ ซึ่งเป็นรุ่นที่ท็อปที่สุด ใครมีไว้ในครอบครองจะทำให้ร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ ตนรับมาจำหน่ายเพิ่มขึ้น เพราะทางเพจอ้างว่าเครื่องลางของขลังบางรุ่นต้องบูชาคู่กันจึงจะเห็นผลรวดเร็ว ซึ่งตนได้นำเงินไปลงทุนรวม 8.6 ล้านบาท และมาทราบภายหลังว่าน่าจะถูกหลอก เพราะเวลาที่ชำระเงินบริษัทดังกล่าวไม่ออกบิลให้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนเหลือเครื่องลางของขลังที่อยู่ในสต๊อกประมาณ 2.5 ล้านบาท แต่ได้จำหน่ายจ่ายแจกไปแล้ว เหลืออยู่มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาท

“ขณะนี้เพจดังกล่าว ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทางหน้าเพจ โดยลบข้อความที่เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ เช่น ที่อ้างว่าสาลิกาปลุกเสกจากประเทศเมียนมา ทำด้วยไม้กฤษณา และไม้คูณ ออกจากหน้าเพจ แต่ยังคงมีการโฆษณาขายอย่างต่อเนื่อง และทราบว่ายังมีผู้เสียหายแบบตนอีกจำนวนมาก ส่วนจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ตนไม่ทราบ ตนได้สินค้ามาและก็ชักชวนให้คนมาซื้อต่อไปเรื่อยๆ” นางประวีณ์นุช กล่าว
ด้าน นายสามารถ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางสมาพันธ์ฯ จะไปร้องเรียนต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เนื่องจากผู้เสียหายกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มาลงทุน จึงอยากให้ช่วยเจรจาพักชำระหนี้ และคาดว่าจะเข้าข่ายเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ จึงอยากขอให้ดีเอสไอรับไว้ตรวจสอบ เนื่องจากการรักษาสภาพของสมาชิกจะต้องมียอดซื้อสินค้าเดือนละ 50,000 บาท หากไม่ถึงยอดก็จะถูกตัดจากการเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตนจะให้ผู้เสียหายเดินทางไปเขียนคำร้องที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนดังกล่าว เพื่อติดตามเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย ขณะนี้ทราบว่ามีผู้เสียหายมาร้องเรียนที่สมาพันธ์ฯแล้ว 10 ราย แต่มีข้อมูลว่ามีผู้เสียหายกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท และมีผู้เสียหายมาร้องเรียนยังสมาพันธ์ฯแล้ว 20 ราย

ด้าน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สำหรับวัตถุที่ใช้ในการทำสาริการุ่นต่าง ๆ นั้น ได้ส่งให้กรมป่าไม้ไปดำเนินการตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นพบว่าไม่ใช่ไม้กฤษณาและไม้คูณ แต่เป็นไม้ไผ่ ซึ่งตรงนี้อาจเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ส่วนกำไลข้อมือที่ทางเพจดังกล่าว อ้างทำมาจากหินหายากนั้น ตนกำลังจะส่งกำไลไปให้ทางกรมทรัพยากรธรณีดำเนินการตรวจสอบต่อไป

