เหยื่อ’บังฟัต’โผล่อีกราย ใช้โฉนดค้ำเงินกู้ อยู่ๆ ธนาคารโผล่ยึด เผยเป็นญาติกันไม่คิดว่าจะโกงได้

19.07.17 | 15:51 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่บ้านเขางาม ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ นายประเสริฐ บุญเกษม อายุ 41 ปี ได้เปิดเผยว่า ตนเองกับน้องได้เอาโฉนดที่ดิน เป็นที่บ้านที่อยู่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน ไปทำสัญญากู้เงินกับนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี หรือบังฟัต นายทุนเงินกู้ชาว ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ คนร้ายก่อเหตุฆ่า 8 ศพ

นายประเสริฐเผยว่า ตอนแรกได้ทำสัญญากู้เป็นเงิน 420,000 บาท ตนเองได้ผ่อนมาระยะหนึ่ง แต่ต่อมาช่วงหนึ่ง ตนเองกับน้องได้ขาดผ่อน ประมาณ 3 เดือน ทางบังฟัตจึงมาที่บ้าน และขอเขียนสัญญาใหม่ จาก 420,000 บาท รวมดอกเบี้ยที่ได้ขาดผ่อน เป็นเงิน 800,000 บาท หลังจากนั้นตนกับน้องก็ได้ผ่อนมาทุกเดือนไม่เคยขาด โดยการนำเงินเข้าบัญชี ในชื่อของภรรยาบังฟัต ที่รู้จักกันดี แต่อยู่ๆ มาก็มีเจ้าหน้าที่ จากธนาคารกรุงเทพ มาแจ้งที่จะยึดบ้าน ก็ตกใจ และได้ติดต่อบังฟัตกับภรรยา ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย

ทางด้านนางวันเพ็ญ โต๊ะยะเล อายุ 36 ปี ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า คนเองได้กู้เงินจากบังฟัต แบ่งกันคนละครึ่งกับพี่ชาย เมื่อทางบังฟัตมาทำสัญญาใหม่ เมื่อวันที่ 19 พฤษาคม พ.ศ.2558 เพิ่มวงเงินกู้ยืม จาก 420,000 บาท เป็น 800,000 บาท ตนเองก็ตกลง และได้รับผิดชอบคนละครึ่ง คนละ 400,000 บาท ผ่อนให้บังฟัตเดือนละ 2,000 บาท ตนได้ผ่อนทุกเดือน ไม่เคยขาดผ่อน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 โดยการนำเงินไปเข้าบัญชีนางสาวซาโฮฟา เกื้ออามีน ภรรยาของบังฟัต ยังมีหลักฐานการโอนเงินอยู่ครบ แต่ได้มาทราบความจริงว่า โฉนดที่ดินนั้นทางบังฟัตนำไปกู้เงินจากธนาคารอีกทีหนึ่ง ก็ตอนที่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารมาที่บ้านเพื่อเตรียมที่จะฟ้อง เพราะบังฟัตไม่ยอมผ่อนต่อกับธนาคาร เป็นลักษณะเดียวกับของนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของนายวรยุทธ สังหลัง

ทางด้านนายแดง สำแดง อายุ 66 ปี ชาวตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นแปลงสุดท้ายที่มีอยู่ และได้ให้ลูกๆ เอาไปกู้เงินจากบังฟัต ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะมาถูกโกงในลักษณะนี้ เพราะเป็นญาติกัน และได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ถ้าหากทางธนาคารมายึดบ้านจริง ในครอบครัวที่ได้สร้างบ้านอยู่ในที่ดินแปลงนี้ ทั้งลูกๆ หลานๆ จำนวน 18 ชีวิต ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร