เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ร.ต.อ.ดนกอหนี ทิ้งหลง รอง สว. (สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาราชพฤกษ์ขาเข้า แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในปั้มน้ำมัน บริเวณเก้าอี้ม้าหินข้างร้าน 7-11 ซึ่งติดกับจุดบริการตู้เอทีเอ็ม พบศพ นายพัฒนพงษ์ ทับทิมศรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162/93 หมู่ 9 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อาชีพพนักงานขนส่งเงินสดและซ่อมตู้เอทีเอ็มของบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด สภาพศพนอนตะแคงคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเครื่องแบบซาฟารีสีดำของบริษัท มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ในระยะเผาขนที่ขมับขวากระสุนทะลุขมับซ้าย 1 นัด
โดยที่มือข้างขวาผู้ตายยังกำอาวุธปืนลูกโม่ยี่ห้อเทารัส ขนาด .38 มม.ไว้แน่น จากการตรวจสอบอาวุธปืนประจำกายกระบอกดังกล่าว ภายในลูกโม่บรรจุกระสุนปืน ขนาด .38 พร้อมใช้เหลืออยู่จำนวน 5 นัด และปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้ว จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนปืนขนาดเดียวกันทะลุออกจากบาดแผลไปฝังอยู่ที่วงกบอะลูมิเนียมยึดกระจกของร้าน 7-11 จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายธีรพันธ์ กองชุม อายุ 24 ปี พนักงานประจำรถขนเงินซึ่งเข้าเวรเป็นคู่บัดดี้ของผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อม นายพัฒนพงษ์ ผู้ตาย และนายวิสันต์ เพนินรัมย์ อายุ 23 ปี พนักงานขับรถ ได้นำรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ทะเบียน ถท 3664 กรุงเทพฯ เลขข้างรถ 235 บรรทุกเงินออกจากธนาคารกสิกร สาขาสำนักงานใหญ่ ถนนราษฎร์บูรณะ เพื่อมุ่งหน้ามาเติมเงินใส่ตู้เอทีเอ็มและแก้ไขเหตุติดขัดของตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยในเขตความรับผิดชอบ โดยระหว่างเดินทางมาก็ไม่เห็นว่า นายพัฒนพงษ์ จะมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด
“กระทั่งมาที่ปั๊มน้ำมันจุดเกิดเหตุ พบตู้เอทีเอ็มประจำปั๊มแห่งนี้เกิดขัดข้อง ตนและผู้ตายจึงได้เดินลงจากรถมาแก้ไขปัญหาใช้เวลาประมาณ 3 นาทีก็เสร็จสิ้น จากนั้นตนได้ขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ผู้ตายนั่งรอตรงเก้าอี้ม้าหินข้างร้าน 7-11 ตามลำพัง กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก็รีบวิ่งออกมาดู พบว่า นายพัฒนพงษ์ ใช้ปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบจริงๆ เพราะทางบริษัทมีกฎให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด ทั้งตน ผู้ตาย และพนักงานขับรถก็เพิ่งวนมาเข้าเวรตรงกันได้เพียง 3 วัน ไม่เคยพูดคุยเรื่องส่วนตัวกันแต่อย่างใด” นายธีรพันธ์กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ดนกอหนีกล่าวว่า นายพัฒนพงษ์น่าจะมีความเครียดส่วนตัวบางอย่างแต่ยังไม่มีใครทราบสาเหตุ ซึ่งในเบื้องต้นได้ติดต่อไปยังหัวหน้างานของผู้ตายให้ช่วยประสานญาติพี่น้องเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยหลังจากนี้จะมอบศพให้นิติเวช รพ.ศิริราช ผ่าชันสูตร ก่อนทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางปั๊มน้ำมัน กล้องวงจรปิดของร้าน 7-11 และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในรถขนเงินคันดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปหามูลเหตุการตาย ก่อนสรุปสำนวนคดีตามกฎหมายต่อไป

