เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า จากการที่ ปปง. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้รับมอบอำนาจของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด เมื่อปี 2556 ในดำเนินการกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการ สหกรณ์ฯคลองจั่น กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกเงินของสหกรณ์ฯไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้สหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 12,402 ล้านบาท และนำเงินที่ได้จากการยักยอกดังกล่าวไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ โดยใส่ชื่อตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเจตนาปกปิดซุกซ่อนทรัพย์สิน
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานพบว่านายศุภชัย กับพวก มีพฤติการณ์นำเงินที่ประชาชนได้ฝากไว้กับสหกรณ์ฯ ไปลงทุนกับกิจการที่ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นลักษณะได้กำไร และตนเองรู้อยู่แล้ว บางครั้งก็ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์เปิดกิจการบังหน้าเพื่อจะสามารถนำเงินของสหกรณ์ฯไปร่วมลงทุนได้ตามระเบียบ ข้อบังคับ ที่กำหนด จนได้ไปซึ่งทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งเป็นพฤติการณ์กระทำผิดมูลฐานตาม มาตรา 3 พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 (18) ความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง หรือยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า คณะกรรมการธุรกรรมธุรกรรมการจึงมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามกฎหมาย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน ต่อมา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 สหกรณ์ฯคลองจั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศุภชัย กับพวก รวม 18 คน เป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง และขอให้ศาลมีคำสั่งชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยการยึดและอายัดทรัพย์สินที่ยักยอกอีกจำนวนหนึ่งรวมราคาประเมินกว่า 3,900,000,000 บาท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวแทนสหกรณ์ฯ ได้ยื่นแบบคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานต่อปปง. โดยให้เหตุผลว่าลักษณะการดำเนินคดีทางแพ่งจะประสบปัญหาข้อจำกัดทางด้านกฎหมายบางประการ ซึ่งสหกรณ์ฯพิจารณาแล้วจะเป็นผลดีกว่าในการเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ชดใช้และจะได้นำไปใช้ในการฟื้นฟูกิจการ จึงยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการธุรกรรมขอให้คุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามกฎหมายฟอกเงิน ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากทรัพย์สินจำนวนกว่า 3,900,000,000 บาท ที่สหกรณ์ฯเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งไว้ก่อนนั้น เป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน เนื่องจากสหกรณ์ฯ ไปดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีทางแพ่งแล้ว คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง และบางคดีศาลได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว บางคดีก็อยู่ระหว่างการตั้งเรื่องบังคับคดีตามคำพิพากษา
เลขาธิการ ปปง. กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. จึงมีมติให้เลขาธิการ ปปง. ขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรายนายศุภชัย กับพวก ไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินในคราวเดียวกัน ตามมาตรา 49 วรรค 6 พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน ยังพบพฤติการณ์ความผิดของนายนายศุภชัย กับพวก อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินฯ ของนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ กับพวก เพิ่มเติม ประกอบด้วยที่ดินตามโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดขอนแก่น มูลค่ารวมประมาณ 83,536,880 บาท

