มิจฉาชีพเล่นใหญ่! ใช้รูป ร.ต.ท. อ้างขายของแบรนด์เนม เจ้าของค่ายเพลงถูกหลอก คาดโดนแล้วกว่า 20 ราย

10.08.17 | 21:13 น.

มิจฉาชีพเล่นใหญ่กล้าเอารูปนายตร.หนุ่มมาอ้าง เจ้าของค่ายเพลงดังถูกหลอกโอนเงินซื้อของแบรนเนม ผ่านแอพ hornet

วันที่ 10 ส.ค.60 ที่สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายนิพิฐพนธ์ จันทะเปื้อน อายุ 37 ปี เจ้าของค่ายเพลงบริษัทยูริ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดพร้อมด้วย ร.ต.ท.กิตติภูมิ เกิดมั่น ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ชีวิตโสภณ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด ว่าได้ถูกชายแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลอกขายกระเป๋าแบรนเนมให้ในราคาถูก หลังจากมีการนัดรับสินค้าแล้วชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจนั้นก็ปิดโทรศัพท์มือถือหลบหนีติดต่อไม่ได้ โดยชายคนดังกล่าวใช้รูป ร.ต.ท.กิตติภูมิ เกิดมั่น แสดงขึ้นเป็นโปรไฟล์ในแอปพลิเคชั่น hornet จนตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้อย่างไม่รู้ตัว

นายนิพิฐพนธ์ จันทะเปื้อน อายุ 37 ปีเจ้าของค่ายเพลงบริษัทยูริ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ตนเองได้มีการติดต่อพูดคุยกับชายที่อ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบชื่อเชษฐ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น hornet ซึ่งนายเชษฐอ้างว่าสามารถหาสินค้าแบรนเนมทุกประเภทมาจำหน่ายให้ได้ในราคาถูกโดยให้เหตุผลว่ามีกลุ่มเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรสามารถเอาของแบรนเนมออกมาได้ จากนั้นจึงมีการแอ็ดไลน์พูดคุยกันพร้อมกับส่งรูปสินค้าที่อยากจะได้ไป เป็นกระเป๋าสะพายและเข็มขัด ยี่ห้อดัง และต่อมาได้รับคำตอบจากนายเชษฐ ว่าสินค้าทั้ง 2 ชิ้นนั้นมีตามที่ต้องการรวมราคาเพียง 6,900 บาท ตนเองเบื้องต้นก็แปลกใจว่าถูกจนน่ากลัวและเกรงกลัวว่าจะโดนหลอก แต่เห็นการพูดคุยโดยรวมถึงรูปโปรไฟล์ซึ่งเห็นหน้าอย่างชัดเจนอีกทั่งสวมใส่เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล้วหน้าเชื่อถือจึงตกลงซื้อสินค้าพร้อมกับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาใน จ.สุรินทร์ ชื่อบัญชีของนายเกียรติศักดิ์ ขอสวยกลาง ในวันที่ 19 ก.ค.60 ที่ผ่านมา

ต่อมาได้มีการนัดรับสินค้ากันที่ห้างดังแห่งหนึ่งย่านหลักสี่โดยนายเชษฐ ยังคงมีการติดต่อบอกระยะทางกันตลอดเวลาว่าใกล้ถึงแล้ว ในขณะที่ยืนรออยู่จุดนัดหมายซึ่งไม่มีทีท่าแสดงสิ่งผิดปรกติแต่อย่างใด จนมีการติดต่อซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายโดยนายเชษฐ อ้างว่าถึงที่หมายแล้วจากนั้นสายก็หลุดไปและก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจนกระทั่งยังคงยืนรอต่ออีก 1 ชม.ก็ไม่มีใครมาแสดงตัวว่าเป็นนายเชษฐ และสวมใส่เครื่องแบบตำรวจตามที่นายเชษฐ กล่าวอ้างไว้ จึงมั่นใจว่าถูกหลอกและได้เดินทางแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ทันที ซึ่งล่าสุดจากข้อมูลที่ได้มาทราบว่ามีผู้เสียหายน่าจะมากกว่า 20 คน ที่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อผู้ต้องหารายนี้

ต่อมาทาง ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ชีวิตโสภณ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้ดูรูปภาพที่นายนิพิฐพนธ์ (ผู้เสียหาย)นำมาแสดงและอ้างว่าบุคคลในภาพนั้น ปรากฎเป็นนายเชษฐ ที่ได้หลอกให้โอนเงินซื้อสินค้าไป พร้อมกับได้ติดต่อกับร.ต.ท.กิตติภูมิ เกิดมั่น รอง สว.สอบสวน สน.ท่าข้าม (บุคคลในภาพที่ถูกแอบอ้าง)ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้เข้ามาให้ข้อมูลจนทราบว่า ร.ต.ท.กิตติภูมิ นั้นถูกนำรูปจากเฟสบุ๊กส่วนตัวไปใช้แสดงกล่าวอ้างจนตกเป็นผู้ต้องหาและยืนยันว่ารูปนั้นเป็นของตนจริงแต่ตนเองไม่ได้มีการขายสินค้าตามที่ผู้เสียหายกล่าวหา ซึ่งมั่นใจว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้อย่างแน่นอนวันนี้จึงได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ทำให้เกิดความเสียหาย

Advertisement

ส่วนทางด้าน ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ชีวิตโสภณ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายทั้ง 2 คนไว้ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และจากการตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลที่กล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจและขายสินค้าแบนเนมนั้น คือนายศักยกฤต ชมชิด อายุ 46 ปีชาว จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนชื่อบัญชีนายเกียรติศักดิ์ ขอสวยกลาง ที่ผู้เสียหายโอนเงินไปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยให้การว่าเคยรู้จักกันอีกทั้งยังให้ข้อมูลอีกว่านายศักยกฤต โทรศัพท์มาบอกเพียงว่าจะมีเพื่อนโอนเงินมาให้เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจะทำการสอบสวนผู้เสียหายเพิ่มเติมและจะเร่งติดตามตัวนายศักยกฤต ชมชิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป