จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ส.ค.60 เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ภายในวัดเทพกระษัตรี (วัดบ้านดอน) หมู่ ๑ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงได้ไปตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ (Mr.Wai Phyo Aung) อายุ 17 ปี สัญชาติเมียนมา นอนเสียชีวิตที่เกิดเหตุบริเวณหน้ากุฏิพระหลังที่ 8 ซึ่งเป็นกุฏิหลังที่ไม่มีพระจำวัด ในสภาพศพนอนคว่ำหน้า มีร่องรอยบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม บริเวณศีรษะ และลำตัวอีกหลายแผล เสียชีวิตที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดที่ฝาผนังและบนพื้นจำนวนมาก สภาพศพเริ่มแข็ง คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4-6 ชั่วโมง พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายวางอยู่ข้างศพ ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลถลาง ทำการชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต เป็นชาวต่างชาติ สัญชาติพม่า อายุยังไม่ครบ 18 ปี ไม่สามารถขออนุญาต และทำบัตรแรงงานต่างด้าวเพื่อประกอบอาชีพรับจ้างทำงานได้ จึงมาอาศัยหลับนอนที่วัดที่เกิดเหตุมานานร่วม 1 ปีเศษ โดยมีหน้าที่คอยช่วยเหลือพระภิกษุบิณฑบาตช่วงเช้า และนำอาหารที่เหลือมารับประทาน และพักหลับนอนบริเวณหน้ากุฏิพระ หรือสถานที่ต่างๆ บริเวณวัดที่เกิดเหตุ ส่วนบิดามารดาของผู้ตายเป็นชาวเมียนมา จะพักอาศัยอยู่แคมป์คนงานใกล้ๆ กับวัดที่เกิดเหตุ
ต่อมาวันเดียวกัน ได้ทำการตรวจโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง โดยได้เก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมได้ที่บริเวณกองขยะหลังกุฏิพระ ระหว่างหลังที่ 3-4 พบมีดมีคราบเลือด, สบงมีคราบเลือด และจีวรมีร่องรอยไฟไหม้ และที่กุฏิพระหลังที่ 5 (ของพระกิตติศักดิ์ฯ จำวัด) พบผ้าอาบน้ำฝนตากอยู่ที่หน้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ได้ตรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งตรวจหาสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ), ตรวจร่องรอยลายนิ้วมือแฝงไว้, เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมจากพระภายในวัด และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายพระภายในวัด
จากการตรวจตัวอย่างปัสสาวะเบื้องต้นของพระกิตติศักดิ์ สงคราม ปรากฏว่าผลการตรวจพบสารเสพติด ชนิดเมทแอมเฟตามีน หลังจากนั้นจึงได้ส่งตัวพระกิตติศักดิ์ฯ ไปโรงพยาบาลถลาง เพื่อตรวจร่องรอยบาดแผลที่บริเวณมือข้างขวาและตรวจหาสารเสพติดในร่างกายอีกครั้งหนึ่ง ผลการตัวอย่างตรวจปัสสาวะ ให้ผลบวก แสดงว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามคดีอาญา
ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.60 พนักงานสอบสวนได้รับรายงานผลการตรวจพิสูจน์หาสารพันธุกรรมจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดสงขลา สรุปผลการตรวจพิสูจน์และความเห็นของผู้ชำนาญ พอสังเขปได้ว่า 1. ตรวจพบคราบโลหิตมนุษย์ ติดอยู่ที่ คมมีด, สบง, ชิ้นส่วนเนื้อเยื้อ เป็นดีเอ็นเอแบบเดียวกันกับของผู้ตาย 2. ตรวจพบคราบโลหิตมนุษย์ ติดอยู่ที่ ผ้าอาบน้ำฝน เป็นดีเอ็นเอลักษณะปนเปื้อนของบุคคลมากกว่าหนึ่งคน แต่มีดีเอ็นเอเข้ากันได้กับดีเอ็นเอของพระกิตติศักดิ์ฯ และดีเอ็นเอของผู้ตาย 3. ตรวจพบดีเอ็นเอ ลักษณะปนเปื้อนของบุคคลมากกว่าหนึ่งคน ติดอยู่ที่ด้านในของสบง ซึ่งมีดีเอ็นเอเข้ากันได้กับดีเอ็นเอของพระกิตติศักดิ์ฯ และดีเอ็นเอของผู้ตาย พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลจังหวัดภูเก็ต อนุมัติหมายจับ โดยกล่าวหาว่า“ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมตำหนิรูปพรรณประกาศสืบจับเอาไว้แล้ว
ล่าสุด ในวันนี้ (10 ส.ค.60) พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ถลาง ได้เดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดภูเก็ต เพื่อแจ้งข้อหานายกิตติศักดิ์ สงคราม อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 86 ม.4 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.503/60 ลง 9 ส.ค.60 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

