สาวใหญ่น้ำตาร่วง ไปหา ตร.ให้ช่วยจับผู้ต้องหาแต่ถูกถามกลับว่า “เจอผู้ต้องหาบ้างไหม” ร้องดีเอสไอช่วยหลังถูกเพื่อนรักหลอกสูญเงินกว่า 2 ล้าน เผยใช้อุบายเดียวกันหลอกคนทั้งหมู่บ้าน ตีเช็คเด้งทุกราย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2560 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางจิดาภา เขียวนาวะ อายุ 43 ปี พร้อมนายนพพร ทองชนะ อายุ 44 ปี รวมตัวกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 รายเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ หลังถูกนางจำรูญ เชื้อพุทธ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับความผิดฐานออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คในขณะออกเช็คนี้ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันพึงใช้เงินได้และได้หลบหนีตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2555 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รับเรื่องร้องเรียนแทน
นางจิดาภากล่าวว่า ที่เดินทางมาวันนี้เนื่องจากต้องการให้ดีเอสไอช่วยจับกุมคนร้าย เพราะหมายจับกำลังจะหมดอายุความในวันที่ 12 ตุลาคม 2560 หลังตำรวจออกหมายจับตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2555 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่ได้เข้าร้องทุกข์มาหลายที่แล้ว เช่น ศูนย์ดำรงธรรม หัวหน้า คสช. ยุติธรรมจังหวัด กองปราบปราม ส่วนเจ้าของคดีคือ สภ.เวียงสระ ซึ่งอยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้เลย ทั้งที่มีหมายจับชัดเจนรวมกว่า 8 หมายจับ และยังพบว่าผู้ต้องหายังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่
“ได้สอบถามตำรวจ สภ.เวียงสระหลายครั้งแล้ว แต่ตำรวจบอกว่ามีอำนาจแค่นี้ มีอำนาจไม่พอ ตามตัวผู้ต้องหาแล้วแต่ผู้ต้องหาไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ แล้วยังถามกลับว่าพี่เจอผู้ต้องหาบ้างหรือไม่ ได้ยินแล้วน้ำตาร่วง ซึ่งตนก็ได้เจอลูกสาวของคนร้าย แต่บอกกับเราว่าไม่เจอแม่เลย ซึ่งไม่เชื่อว่าแม่-ลูกกันจะไม่เจอ” นางจิดาภา กล่าว

นางจิดาภากล่าวว่า ตอนนี้มีความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ผู้เสียหายกว่า 20 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล 1.ตำบลมะขามเตี้ย 2.ทุ่งหลวง 3.บ้านส้อง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งผู้เสียหายรู้จักคนร้ายอย่างดี เนื่องจากเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน คนร้ายเป็นเพื่อนรักและเป็นคนคุ้นเคยกันอย่างดีมากว่า 30 ปี กลับถูกโกง
“ส่วนตัวเองถูกหลอกจนสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท เป็นเงินที่ได้จากการขายที่ดิน 11 ไร่ โดยคนร้ายได้ออกอุบายมาขอยืมเงิน อ้างว่าต้องการนำเงินไปใช้หนี้ที่มีอัตราสูงร้อยละ 10 คนร้ายจึงให้เช็คค้ำประกันจำนวน 1.05 ล้านบาท ปรากฏเช็คกลับเด้ง ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ซึ่งก็มีผู้เสียหายรายอื่นถูกหลอกในลักษณะนี้เช่นกัน” นางจิดาภากล่าว
ขณะที่นายนพพรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ถูกนางจำรูญหลอกจนสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท พร้อมที่ดินอีก 14 ไร่ ลักษณะการหลอกลวงก็อ้างเหมือนกัน โดยให้เช็คมาค้ำประกันแล้วจะคืนเงินให้ สุดท้ายเช็คเด้ง ไม่สามารถขึ้นเงินได้ตามปกติ
พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า เบื้องต้นจะประสานงานกับตำรวจภูธรภาค 8 เพราะอาจติดงานภารกิจอื่นจำนวนมาก เพราะไม่ใช่คดีพิเศษของดีเอสไอ จึงไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาได้


