เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 9 มีนาคม พ.ต.ท.ชยางกูร รัมวุฒิ สว.สส.สภ.เมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกันควบคุมนายวันเฉลิม พุ่มพวง อายุ 19 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ อาวุธมีดพับปลายแหลม ยาว 4 นิ้ว กางเกงยีนส์ขายาว กางเกงกีฬาขาสั้น เสื้อยืดคอวี โทรศัพท์มือถือ มาสอบสวนในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดบังคับขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ผู้อื่นในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีนาคม เวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุข่มขืนกระทำชำเรา จาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี เหตุเกิดที่ถนนในหมู่บ้าน ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านกลางดึก ได้มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามมาแล้วพยายามถีบให้รถล้ม ผู้เสียหายจึงได้เร่งเครื่องยนต์หลบหนี คนร้ายขี่รถตามประกบบังคับให้จอดรถ และเรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย โดยที่ผู้เสียหายมีเงินที่จะไปรักษาอาการป่วยของแม่อยู่ 300 บาท คนร้ายจึงเปลี่ยนใจใช้มีดพกจี้ให้ผู้เสียหายสาวขึ้นรถจักรยานยนต์ของตัวเองด้านหน้า แล้วขี่พาผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร โดยที่ผู้เสียหายร้องขออย่าทำร้ายตนเองเลย จากนั้นคนร้ายก็บังคับให้ถอดเสื้อผ้าออก ก่อนที่จะลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วพาผู้เสียหายมาส่งที่รถ พร้อมกับขอเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายไว้ จากนั้นผู้เสียหายก็ได้กลับบ้าน เล่าให้ญาติฟังและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้สืบสวนติดตามคดีดังกล่าวจนได้เบาะแสของคนร้ายรายนี้ว่าได้ปรากฏตัวที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร ขณะที่ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายพอดี จึงแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบพร้อมกับเข้าควบคุมตัวมาสอบสวน โดยที่ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า คืนวันก่อเหตุเป็นวันเกิดและได้ดื่มเบียร์ไป 2 ขวด แล้วไปร้านเกมส์ พอดึกก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เห็นผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยความเมาคิดว่าเป็นแฟนเก่าที่ด่าทอตนจนเจ็บฝังใจ จึงขี่รถตามไปแต่พบว่าไม่ใช่แฟนเก่า แต่เห็นผู้เสียหายหน้าตาดีจึงเกิดอารมณ์ใคร่ ก่อเหตุใช่มีดจี้บังคับพาไปข่มขืน หลังจากนั้นก็ปล่อยตัวผู้เสียหายกลับบ้าน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดบังคับขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ผู้อื่นในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ ตามกฎหมายต่อไป

