เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่เรือนจำคลองเปรม นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ และครอบครัว เข้าเยี่ยมนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้ต้องขังคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ให้จำคุก 42 ปี
นายนรินทร์กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ปัจจุบันของนายบุญทรง เบื้องต้นทราบว่านายบุญทรงมีโรคประจำตัวเป็นไซนัสและภูมิแพ้ ซึ่งวันนี้ได้มีการเตรียมยามาด้วย นอกจากนี้ได้มีเรื่องที่จะต้องหารือด้วยกัน 2 เรื่อง คือ เรื่องการประกันตัว และเรื่องการยื่นอุทธรณ์ โดย 2 เรื่องนี้จะมีการพูดคุยและตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งหารือกันแล้วเป็นผลว่าจะมีการยื่นประกัน ก็จะเดินทางไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อยื่นประกันครั้งที่ 2 สำหรับเหตุผลที่ยื่นประกันครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้วไม่สำเร็จ เพราะ ศาลให้เหตุผลว่าเป็นคดีที่มีโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ซึ่งการยื่นประกันครั้ง 2 จะสำเร็จหรือไม่นั้นก็จะต้องลองดูก่อน
ต่อมาเวลา 10.00 น. ภายหลังจากการเข้าเยี่ยมนานกว่า 1 ชั่วโมง นายนรินทร์กล่าวว่า ขณะนี้นายบุญทรงค่อนข้างมีความเครียด เนื่องจากนายบุญทรงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ รวมถึงการปรับตัวเข้ามาอยู่ในเรือนจำ นายบุญทรงยังไม่สามารถปรับตัวได้ มีอาการนอนไม่หลับและกินไม่ได้ และคาดว่าภายในช่วงบ่ายวันนี้ หรือช่วงเช้าวันพรุ่งนี้จะมีการยื่นประกันครั้งที่ 2 จะยื่นให้เร็วที่สุด ซึ่งเหตุผลในการยื่นประกันนั้นมีหลายประเด็น รวมถึงประเด็นเรื่องสุขภาพด้วย ส่วนศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่นั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล นอกจากนี้ตนก็ได้คุยกับผู้ต้องหารายอื่นด้วย ผู้ต้องขังทั้งหมดมีอาการเครียด และต่างมีความต้องการให้รีบประกันตัวให้เร็วที่สุด
นายนรินทร์กล่าวต่อว่า จะเร่งพิจารณาคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ของศาลเพื่อตรวจสอบต่อไปว่าสามารถยื่นอุทธรณ์ในประเด็นใดได้บ้าง สำหรับการยื่นเรื่องขอทุเลาการยื่นทรัพย์ล่าสุดศาลปกครองได้ยกคำร้องขอทุเลาไปแล้ว ขณะนี้บัญชีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอยึดไปมี 2 บัญชี ซึ่งอาจกระทบต่อหลักทรัพย์ในการยื่นประกัน และกำลังพิจารณาว่าจะใช้หลักทรัพย์จากบัญชีอื่นเพื่อยื่นประกัน ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. เตรียมชี้มูลความผิดคดีทุจริตจำนำข้าวล็อต 2 นั้นวันนี้ไม่ได้พูดคุยกับนายบุญทรง ในส่วนขั้นตอนต่อไปตนเองจะดำเนินการให้ทั้งหมด

