‘ศรีวราห์’ประชุมคดี’รายการตอบโจทย์-เสธ.อ้าย’ ชง’จักรทิพย์’พิจารณา

9.03.16 | 16:51 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีรายการตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ออกอากาศเมื่อปี 2556 ว่า พนักงานสอบสวน มีความเห็นว่าเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายฉบับ จึงเห็นควรส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ การทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในองค์การของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 11 ก่อน ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช. มีความเห็นประการใด พนักงานสอบสวนจะรับมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีความผิดอาญา มาตรา 112 เบื้องต้นพบว่ามีความผิดชัดเจน ในส่วนของรายการตอนที่ 2 ,4 และ 5 ตามที่คณะกรรมการ กสทช. เคยตรวจสอบและมีข้อยุติ สั่งปรับเงินไทยพีบีเอสไปแล้วก่อนหน้า คาดว่าจะสามารถส่งเรื่องให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาให้ความเห็นก่อนส่งให้ ป.ป.ช. ภายใน 15 วัน

“สำหรับผู้ที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดี ประกอบด้วยนิติบุคคล 2 ราย และบุคคล 9 คน เช่น นายสมชัย สุวรรณบรรณ อดีตผู้บริหาร ไทยพีบีเอส นายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้ดำเนินรายการ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นต้น” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังมีความเห็นเกี่ยวกับคดีการชุมนุมกลุ่มของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย กับพวกเป็นผู้ต้องหา กรณีนำมวลชนองค์การพิทักษ์สยาม ชุมนุมที่ราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2555 ตามความเห็นของคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. (ตำแหน่งในขณะนั้น) ที่เห็นควรสั่งฟ้อง หลายข้อหา อาทิ ร่วมกันทำให้ปรากฏด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฝ่าฝืนประกาศและข้อกำหนดห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากพื้นที่หรือสถานที่ที่กำหนดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 โดยจะนำเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาให้ความเห็นต่อไป