ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี ได้นำญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือนแล้ว ล่าสุดได้มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ ผอ.อ้อย เพื่อต้องการส่งผลบุญให้พบกับ ผอ.อ้อยโดยเร็ว ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ร่วมกับญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ไปตามสถานที่สงสัยว่า จะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ ผอ.อ้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ฐานทหารแห่งหนึ่งแถวพลาญเสือตอนล่าง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการที่ตนและญาติพี่น้องได้ร่วมกันตรวจค้นตามป่าในเขตพลาญเสือตอนล่าง ได้พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น ตนและญาติพี่น้องจึงได้ช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้นได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของ ผอ.อ้อยหรือไม่อย่างไร
ทางด้าน นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต.ชำ และสมาชิก อบต ตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ ได้เดินทางมาพบกับนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย โดยได้นำเอาเงินจำนวน 14,210 บาท มามอบให้กับนางแหลม เพื่อเป็นการสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการตามหา ผอ.อ้อย ซึ่งเงินจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ อบต.ชำ ที่ได้เก็บออมกันเองในที่ทำการ อบต.ชำ และเมื่อสมาชิก อบต.ครบวาระหรือมีการเสียชีวิตจะส่งคืนเงินให้สมาชิก ตามจำนวนเงินที่ออมไว้ โดยเงินจำนวนนี้เมื่อหักเงินที่มีการกู้ยืมแล้ว เหลือเงินออมที่จะคืนให้ ผอ.อ้อย จำนวน 6,510 บาท และส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ทางคณะผู้บริหารสมาชิก อบต.ชำและเจ้าหน้าที่ อบต.ทุกคนร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบค่าใช้ในการทำบุญ ให้ ผอ.อ้อย จำนวน 7,700 บาท
นายสุเรียน กล่าวว่า จากการที่ ผอ.อ้อย ได้หายตัวไปอย่างลึกลับนานร่วม 2 เดือนแล้วนั้น ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ ผอ.อ้อย หายตัวไปไม่ได้มาปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งแม้ว่า ผอ.อ้อย จะขาดราชการเกินกว่า 15 วันแล้ว แต่ว่า ตนยังไม่ได้เสนอเรื่องไปให้หน่วยเหนือไล่ ผอ.อ้อยจากราชการแต่อย่างใด เนื่องจากว่า ยังอยู่ในช่วงขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากว่า ผอ.อ้อย มีเหตุสุดวิสัยเช่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ ก็จะถือว่าไม่ใช่ความผิดและจะเสนอเรื่องให้มาปฏิบัติราชการตามปกติเช่นเดิมต่อไป





