ความคืบหน้าคนร้ายเป็นผู้ชาย 1 คนใช้อาวุธปืนบุกจี้ น.ส.พรทิพย์ เดชนุ่น ชาว ต.ไสหมาก อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พนักงานฝ่ายการเงินของบริษัทศุภกิตติ์มอเตอร์ จำกัด ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ใกล้สี่แยกแสงเพชร ถนนชนเกษม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 100 เมตร เมื่อใกล้ค่ำวันที่ 2 ก.ย.ได้เงินสด 880,000 บาท ใช้รถจักรยานยนต์ขับหลบหนี
เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 3 กันยายน พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี ได้สอบปากคำ น.ส.พรทิพย์ เดชนุ่น อายุ 28 ปี พนักงานฝ่ายการเงินของบริษัทศุภกิตติ์มอเตอร์ จำกัด และนายเรวัติ คนล้ำ อายุ 30 ปี ชาว ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแฟนและต้องสงสัยเป็นคนร้ายที่บุกใช้อาวุธปืนจี้แฟนตัวเองชิงเงินของบริษัทศุภกิตติ์มอเตอร์ จำกัดหลบหนีไป เนื่องจากการสืบสวนพบปมพิรุธหลายอย่าง
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้เชิญ น.ส.พรทิพย์ ผู้ที่ถูกจี้มาสอบเหตุการณ์และพฤติการณ์ของคนร้าย โดยมีนายเรวัติ แฟนหนุ่มอ้างมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อ พ.ต.ท.วิทยา พิทักษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้นำหลักฐานมาแสดงทำให้นายเรวัติจนมุมและยอมรับเป็นผู้ก่อเหตุ จึงนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพัก ถนนโฉลกรัฐ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบธนบัตรเงินสดที่จี้มาเหลือจำนวน 770,000 บาทอยู่ในกล่องพลาสติกซ่อนไว้ใต้เพดานห้องน้ำ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟน้ำเงิน-ดำ ที่ใช้ก่อเหตุและนำไปตรวจยึดของกลางที่ทิ้งไว้ในพงหญ้าซอยชนเกษม 26 มีเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ, ปลอกแขนลายสัก, หมวกปีกหลายพรางแบบทหาร, และอาวุธปืนปลอมทำด้วยกระดาษพันทับด้วยผ้าเทปสีดำที่ใช้ก่อเหตุ
นายเรวัติ ยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับ น.ส.พรทิพย์แฟนสาววางแผนก่อเหตุใช้ปืนปลอมจี้ชิงทรัพย์เงินบริษัทจากแฟนของตัวเอง เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมากทั้งค่าบ้าน ค่าผ่อนรถและหนี้บัตรเงินกู้ใช้ชื่อ น.ส.พรทิพย์ โดยแต่งกายอำพรางใบหน้าและใช้รถจักรยานยนต์ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมไปก่อเหตุและหลบหนีได้ทำเงินหล่นหายไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพิ่ม

