ศาลยกฟ้อง “ครูเเขก” คดีระเบิดย่านมีนบุรี ไร้ประจักษ์พยาน – หลักฐานนิติวิทย์ ไม่หนักแน่น

7.09.17 | 11:13 น.

เมื่อเวลา 9.30น.วันที่ 7กันยายน ที่ห้องพิจารณา 301 ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหาบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.8979/2559 ที่อัยการมีนบุรีเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 57 ปี ชาวเชียงใหม่ ที่ใกล้ชิดผู้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ ซื้อ มี ใช้ สั่งหรือนำเข้า วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ , ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดฯ มาตรา 38 , 55 ,78

จากกรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มีนาคม57 เกิดเหตุระเบิด ที่บริเวณลานดินกว้าง ติด ถ.ราษฎร์อุทิศ ระหว่าง ซ.ราษฎร์อุทิศ 25-27 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน อยู่ในสภาพถูกระเบิดพังเสียหาย

โดยพฤติการณ์เเห่งคดีในชั้นสอบสวนคือเมื่อวันที่29มีนาคม 2557 พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดที่บริเวณลานดินกว้างติดถนนราษฎร์อุทิศ ระหว่างซอยราษฎร์อุทิศ 25-27 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย และพบจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนอยู่ในสภาพถูกระเบิดพังเสียหาย ต่อมาทราบว่านายกษิ ดิฐธนรัชต์ หรือนายอ่าว อิสระส์ เป็นบุคคลที่มาติดต่อเช่าบ้านที่เกิดเหตุให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายกับพวกเพื่ออาศัยก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.อัมพร ใจก้อน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนายกษิ และมีพยานยืนยันว่าพบเห็น น.ส.อัมพรได้มาปรากฏตัวที่บริเวณที่เกิดเหตุหลังจากเกิดเหตุการณ์

ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
โดยวันนี้ศาลเบิกตัว น.ส.อัมพร หรือครูแขกมาจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีพนักงานสอบสวน เบิกความว่าพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุมีความเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่นพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยทำแผนผังความเชื่อมโยงของนายกษิ ดิฐธนรัชต์ หรือนายอ่าว อิสระส์ ผู้ที่กระทำผิดร่วมซึ่งเชื่อมโยงกับจำเลย แต่โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่ยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด เช่นเดียวกับพยานแวดล้อมที่มีก็เพียงบอกว่า มีผู้หญิงมาพบกับนายกษิ ที่บ้านเช่าเลขที่ 49 ซึ่งโจทก์ระบุว่าเป็นที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวจำเลยได้ พยานกลับไม่ชี้ตัวยืนยันว่าเป็นจำเลยโดยระบุว่าผู้หญิงที่เห็นนั้นมีอายุมากกว่าจำเลย พยานโจทก์จึงไม่มีความแน่นอน

Advertisement

ส่วนหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจำเลยไปที่บ้านพักเลขที่ 49 เนื่องจากลายนิ้วมือเป็นคนละคนกับของจำเลย ซึ่งโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน , พยานแวดล้อมและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น
พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังไม่น้ำหนักมั่นคงเพียงพอตามที่โจทก์ฟ้อง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลย จึง

พิพากษายกฟ้อง ภายหลังศาลยกฟ้องแล้ว ต่อมาเวลา 10.00 น.เศษ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัว น.ส.อัมพร หรือครูแขก กลับเข้าเรือนจำพิเศษมีนบุรีทันที โดยระหว่างรอขึ้นรถเรือนจำ น.ส.อัมพร หรือครูแขก ยิ้มและยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า “สื่อควรจะให้ความเป็นธรรมในคดีด้วยนะคะ และดิฉันก็ก็มีความมั่นใจในกระบวนการตุลาการ”

ด้าน น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ซึ่งครูแขกก็จะได้รับการปล่อยตัวเสียที หลังจากถูกคุมขังมานาน ส่วนคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ที่ จ.นนทบุรี คดีนั้นศาลอาญาก็ยกฟ้องโดยอัยการยื่นอุทธรณ์คดีแต่เมื่อศาลไม่ได้สั่งขังระหว่างอุทธรณ์ ครูแขกก็จะได้รับการปล่อยตัวเช่นกันจากคำพิพากษาที่ยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ “ครูแขก” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 5 และทหาร จับกุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 948/2557 คดีร่วมทำให้เกิดระเบิดได้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม59 ภายในบ้านพักที่ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีเดือน กันยายน59 ที่ผ่านมา โดยตลอดเวลาดังกล่าวจนถึงปัจจุบันไม่ได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด ขณะที่ “ครูแขก” ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
และนอกจากคดีนี้แล้ว “ครูแขก” ยังถูกอัยการ
ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2590 มาตรา 4 , 38 ,74 ฐานมีวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ระเบิดแรงต่ำดินเทาและยูเรีย น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัมบรรจุไว้ในถังดับเพลิงและถังน้ำยาแอร์ และมีปืนเล็กกล (AK47) ขนาด 7.62 มม. RUSSIAN เลขประจำปืน 601098 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวจำนวน 129 นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อปี 2559 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์