พนักงานตรวจตั๋วเรือข้ามฟากเจอซ้อมอ่วม หลังชายฉกรรจ์โวย ‘จะเก็บตังค์เพื่อน..เหรอ เงินแค่ 5 บาท’

7.09.17 | 21:15 น.

เมื่อเวลา 07.35 น. วันที่ 7 ก.ย. นางสมศรี หรืออาม่า อุ่นสกุลสุข อายุ 66 ปี พร้อมด้วยน.ส.มาลี ทิก่ำ อายุ 59 ปี ร่วมกันเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อร.ต.อ.กิตติชัย เหตุทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าเรือ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังถูกชายฉกรรจ์ทำร้ายร่ายกายจนได้รับอาการบาดเจ็บตามที่มีการนำเสนอผ่านโลกโซเชียลนั้น

น.ส.มาลี กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพเป็นพนักงานตรวจตั๋วเรือข้ามฟากอยู่ที่ท่าเรือโพธิ์ทอง ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. มานานกว่า 20 ปี ส่วนนางสมศรี เป็นเจ้าของท่าเรือและเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร โดยท่าเรือข้ามฟากแห่งนี้มีค่าบริการท่านละ 5 บาท ซึ่งตนได้รับเงินส่วนแบ่ง 4 บาท เนื่องจากเป็นเจ้าของเรือ ส่วนอาม่านั้นได้เพียง 1 บาท โดยเวลา 06.00 น. ของทุกวัน ตนและอาม่าจะเดินทางมาปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังตรวจตั๋วผู้โดยสารอยู่นั้นพบนายวิทยา หรือตุ้ย ดวงดี อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นหลานของสามีได้เดินทางมาพร้อมเพื่อนชายอีก 2 ราย เพื่อจะข้ามฟากกลับบ้านพักภายในชุมชนบางกะเจ้า หมู่ 2 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ระหว่างนั้นตนได้เดินเข้าไปเพื่อขอเรียกตรวจตั๋วจากเพื่อนของนายวิทยา ส่วนหลานชายนั้นโดยปกติก็ข้ามฟากฟรีอยู่แล้วเพราะเป็นเครือญาติกัน แต่จู่ๆนายวิทยากลับพูดจาโวยวายขึ้นมาว่า “มึงจะเก็บตังค์เพื่อนกูหรอเงินแค่ 5 บาท งั้นมึงเอาไปเลย 1 พัน” ด้วยความตกตนจึงหันหลังหนีเพราะไม่อยากมีปากเสียงอีกทั้งหลานชายคล้ายมีอาการมึนเมาแต่กลับถูกหลานชายปาขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ดื่มเหลือครึ่งขวดเข้าที่กลางหลังอย่างจัง ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินไปหาอาม่าที่บริเวณโต๊ะเก็บเงิน

น.ส.มาลี กล่าวต่อว่า จากนั้นหลานชายยังเดินตามตนมาแบบกระชั้นชิดซึ่งระหว่างนั้นอาม่าเห็นท่าไม่ดีจึงพูดห้ามปรามว่าอย่ามีเรื่องกันตรงนี้เพราะเป็นสถานที่ทำมาหากิน แต่จู่ๆนายวิทยา กลับปรี่เข้าไปหาอาม่าพร้อมทั้งกระหน่ำต่อยเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนเป้าตาซ้ายเขียวช้ำและมีร่องขีดข่วนตามร่างกาย เมื่อหลานชายทำร้ายร่างกายอาม่าจนหนำใจได้บังคับให้คนขับเรือพาไปส่งข้ามฟากพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ส่วนตนเห็นอาการอาม่าไม่ดีนักจึงพากันมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนพาไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ทั้งนี้ตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมากกับหลานชายมาก่อนแต่ที่ก่อเหตุนั้นก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแม้แต่อย่างใด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะออกหมายเรียกคู่กรณีถึง 2 ครั้ง เพื่อมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง หากไม่มาพบตามนัดหมายก็จะดำเนินการออกหมายจับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้เนื่องจากต้องรอผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์ต่อไป