เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ก.ย.ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองสตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ตร.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม , พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด , พ.ต.อ.อธิป แสงวันลอย รอง ผบก.ภ.จว.สตูล และรอง ผกก.สภ.เมืองสตูล พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว
หลังตำรวจ สภ.เมืองสตูลได้รับแจ้งคดีฉ้อโกงประชาชน จากนั้นได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด 45 ราย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เสนอศาลจังหวัดสตูลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหาคือนางสาวณิชภัทร ภัทรธาดา อายุ 32 ปี โดยศาลอนุญาตให้ตามหมายเลขที่ 99 / 2560 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ได้ประกาศสืบจับได้ท้องที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว นครพนม , บก.สปพ. บช.น , และ สภ.เมืองสตูล ได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 เวลาประมาณ 16.30 ที่ ภายในห้องพักหมายเลข 10 หอพักภู-ภีม ต.หนองแสง อ.เมือง จ.นครพนม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูลดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น
พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ตร.ภ.จว.สตูล กล่าวว่า จากการจับกุมได้สอบปากคำผู้ต้องหาให้การสารภาพว่ามีเจ้าทุกข์ทั้งหมด 200 กว่าราย ซึ่งในส่วนของจังหวัดสตูลที่มาแจ้งความไว้ จำนวน 45 ราย หลังควบคุมตัวเจ้าทุกข์รายใดที่ยังไม่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ สามารถมาแจ้งที่ท้องที่ สภ.เมืองสตูล โดยยอดความเสียหายในท้องที่สตูลขณะนี้ 29,071,008 บาท พร้อมฝากเตือนประชาชนที่จะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพให้ศึกษาและระวังให้ดี ถึงการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการเสนอจ่ายให้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ซึ่งเป็นไปได้ยากขนาดธนาคาร สถาบันการลงทุน ยังเป็นไปได้ยาก มันเกินความเป็นจริงที่ไม่สามารถจะเป็นไปได้ให้คิดให้ดีก่อนการลงทุน
ผู้ต้องหารายนี้ได้ยอมรับสารภาพเบื้องต้นว่า ทำโดยลำพัง อ้างว่าเคยมีประสบการณ์ในการเล่นหุ้นมาก่อน ก่อนนำวิธีการมาใช้โดยเริ่มจากเพื่อนที่สนิทกันในวัยเรียน จากนั้นขยายต่อเพื่อนต่อเพื่อน จนมีเงินหมุนเวียนมากถึง 160 ล้านบาท และอ้างว่าขณะนี้ทรัพย์ไม่มีแล้ว เพราะได้ไปขายฝากและยังเป็นหนี้นอกระบบ จึงฝากเตือนประชาชนให้ระวังเนื่องจากพบว่าคนที่จะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย จะอยู่ระหว่าอายุ 27-30 ปี เป็นวัยทำงานกำลังตั้งเนื้อสร้างตัว ให้ศึกษาให้ดี และฝากเตือนคนทำเงินกู้นอกระบบให้เลิกขูดรีดประชาชน เพราะคนที่เดือดร้อนไม่สามารถจะหาเงินมาจ่ายให้กับท่านได้ และทางตำรวจเอง ก็จะกวาดล้างหากพบมีการปล่อยเงินกู้นอกระบบลักษณะดังกล่าวชนิดถอนราก ถอนโคนด้วย และจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังชั้นศาลในวันนี้ ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน”
ขณะเดียวกันหลังเจ้าทุกข์ที่ทราบข่าวการนำตัว นางสาวณิชภัทร ภัทรธาดา กลับมาดำเนินคดียังท้องที่ สภ.เมืองสตูลนั้น ต่างมาเฝ้ารอเพื่อเจอตัว หลายคนมารอเพื่อต่อว่าด่าทอ บางคนมารอพบเพื่อจะสอบถามความจริงว่าเอาเงินไปทำอะไรตั้งมากมาย และมาทวงถามสัญญาที่เคยให้ว่าจะไม่หนีไปไหนจะคืนทุกคน และส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะทำคนเดียว โดยไม่มีคนหนุนหลังหรือร่วมขบวนการด้วย โดยเพื่อนเจ้าทุกข์รายหนึ่งขอปิดนาม กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ จ.สตูล มีการชักชวนต่อ ๆ กันในการลงทุนเนื่องจากหลายคนเห็นว่ามีการจ่ายจริงภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้นก็จ่าย 3 % ทันทีที่ลงทุน โดยอ้างนำไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่ภาพลักษณะของผู้ต้องหาตลอดมาแสดงในโปร์ไฟล์ เป็นภาพของคนทำงาน และรักครอบครัว สถานะทางครอบครัวดูดี ร่ำรวยขึ้น ทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมลงทุนด้วย โดยรายที่ลงทุนหนักสุดหลังได้ผลตอบแทนที่ดีจะชักชวนคนในครอบครัวมาร่วมลงทุนด้วยมาครอบครัวสูง 10 ล้านบาท บางคนขายสวน และเอาเงินเก็บมาลงทุน หลังจากนี้หลายคนก็หาวิธีให้เจ้าหน้าที่หาเงินมาคืนให้พวกตนบ้าง บางคนยอมปล่อย
สำหรับคดีนี้ ร.ต.อ.ลัทธวิชย์ แคยิหวา รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองสตูล ได้รับแจ้งว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2559 ได้มี นางสาว ณิชภัทร สร้างหน้าเพจโปรแกรม facebook ชื่อบ้านเลขที่ 5 เเละได้ชักชวนผู้เสียหายกับพวกรวม 45 คนซึ่งเป็นเพื่อนกันมาก่อนเข้าร่วมเป็นสมาชิกในเพจของบ้านเลขที่ 5 ดังกล่าว และได้เสนอให้ลงทุนกับ นางสาว ณิชาภัทร โดยแจ้งเงื่อนไขว่าจะนำเงินที่ผู้เสียหายรวมลงทุนมานั้นไปลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ธนาคารและกองทุนอื่นซึ่งเมื่อสมาชิกรายได้ ได้ร่วมลงทุนมาแล้วนั้นจะมีเงินปันผลของเงินลงทุนคือให้กับสมาชิกราย นั้นๆ ผู้เสียหายข้างต้นจึงได้ลงชื่อร่วมลงทุนกับ นางสาว ณิชภัทร ผ่านทาง facebook บ้านเลขที่ 5 ดังกล่าว
โดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ นางสาว ณิชภัทร ถึงเมื่อได้รับสารทุนคือนางสาวณิชภัทรก็จะได้ โอนเงินคืนให้ในบัญชีรายการผู้เสียหายข้างต้นต่อมาประมาณเดือนเมษายน 2560 ผู้เสียหายทั้งหมดได้ขอถอนเงินลงทุนพร้อมเงินปันผลคืนจาก นางสาว ณิชภัทร แต่ นางสาว ณิชภัทร ไม่สามารถคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้ทั้งทราบภายหลังว่า นางสาว ณิชภัทร ไม่ได้นำเงินลงทุนของผู้เสียหายข้างต้นไปลงทุนเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และกองทุนอื่นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งให้ผู้เสียหายทราบในครั้งแรก แต่กลับนำเงินลงทุนของผู้เสียหายไปเปิดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินซึ่งต่อมาผู้เสียหายทั้งหมดก็ไม่สามารถเข้าติดต่อกับ นางสาว ณิชภัทร ได้อีกแต่อย่างใดดังนี้จึงเชื่อใจว่า นางสาว ณิชภัทร มีเจตนาทุจริตปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบได้ไป ซึ่งทรัพย์สินของผู้เสียหายแล้วได้ หลบหนีไปเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์คดีต่อพนักงานสืบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางสาว ณิชภัทร ์ตามกฎหมาย

