เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายมงคลสิทธิ์ เรืองวิทย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 432 หมู่ 17 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย นำหลักฐานเอกสารการแจ้งความดำเนินคดี และเอกสารการนำกล้องถ่ายรูปเข้าซ่อมจำนวน 2 ตัว ที่ร้านเชียงรายคาเมล่า เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว โดยระบุว่าตนเองมีอาชีพเป็นช่างภาพประจำร้านพรีเวดดิ้งแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ส.ค.2559 ได้นำกล้องถ่ายรูปยี่ห้อแคนนอนรุ่นดี 80 และยี่ห้อนิคอน รุ่น 60 ดี รวม 2 ตัวที่ตนซื้อมาในราคา 51,000 บาท ไปส่งซ่อมที่ร้านเชียงราย คาเมล่า ตั้งอยู่เลขที่ 938 ถนนพหลโยธินสายใน ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
นายมงคลสิทธิ์ กล่าวว่า ผ่านไปนานกว่า 1 เดือนจึงได้ไปติดตามสอบถามก็ได้รับคำตอบจากเจ้าของร้านว่ากล้องยังซ่อมไม่เสร็จ จนต้องไปทวงถามทุกๆ สิ้นเดือนก็ได้รับคำตอบเช่นเดิมจากเจ้าของร้านจนครบ 1 ปี ปรากฏว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2560 ได้ไปที่ร้านพบว่าทางร้านได้ปิดตัวลงและไม่สามารถติดต่อเจ้าของร้านได้อีกเลย ตนจึงเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.นิรุตต์ อุดใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวเจ้าของร้านมาพูดคุยตกลงกัน ตนต้องการเพียงอยากได้กล้องถ่ายรูปคืนเพราะมีกล้อง 1 ตัวที่เป็นกล้องที่ซื้อมาใช้เป็นตัวแรกของชีวิตจึงมีความรู้สึกผูกพันมาก
นายมงคลสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากการติดตามสอบถามไปยังบุคคลอื่นๆ พบว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อยักยอกกล้องที่นำไปซ่อมเหมือนกรณีของตนเองอีกหลายรายและได้ไปแจ้งความก่อนหน้านี้ ตนจึงอยากออกมาพูดเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนทั่วไปเพราะว่าเจ้าของร้านที่ตนนำเอากล้องไปซ่อมก็มีความคุ้นเคยกันดีไม่คิดเลยว่าจะมาทำกันแบบนี้ได้ลงคอ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาให้ได้เร็วที่สุด
ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ได้รวบรวมหลักฐานจนสามารถออกหมายเรียกเจ้าของร้านเชียงรายคาเมร่า เพื่อให้มาพบแต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จึงจะได้ทำการออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่งถ้ายังไม่มาก็จะได้ออกหมายจับเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



