‘ศานิตย์’ลั่นฟันตำรวจขึ้นบัญชีดำมีอิทธิพล ‘ไล่ออก-วินัย-อาญา’ ยกตัวอย่าง สน.บวรมงคล

11.03.16 | 22:43 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) เปิดเผยถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ บช.น. ว่า รับการประสานจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มา 4 ราย เป็นข้าราชการตำรวจตรวจสอบแล้ว และในวันนี้จะรายงานให้ ผบ.ตร.รับทราบในที่ประชุมบริหารของ ตร. ส่วนผู้มีอิทธิพลรายอื่นทั้ง 16 กลุ่มนั้น จะพยายามเร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับผู้มีพฤติกรรมคล้ายผู้มีอิทธิพล บางคนอาจเคยมีพฤติกรรมดังกล่าวแต่เลิกแล้ว หรือบางคนที่คิดจะทำอะไรก็ตาม ทางรัฐบาลมีนโยบายเรื่องดังกล่าวขึ้นมา เชื่อว่าผู้ที่คิดจะกระทำความผิดนั้นต้องรู้สึกเกรงกลัวแน่นอน ขอยืนยันว่า บช.น.จะสนองนโยบายเต็มที่ทุกมาตรการ หลายๆ จุดส่งตำรวจลงไปดูแลแล้ว คาดว่าจะมีการรายงานผลการปฏิบัติเร็วๆ นี้ ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เหมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ทั้ง 4 ราย มี 2 ราย เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนอีก 2 ราย เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง บางรายไม่ปรากฏตัว บางรายตรวจสอบจากฝ่ายกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ปรากฏว่าอยู่ในสังกัดใด หรือบางรายชื่อต้องตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อถามว่า เป็นการร้องเรียนจากประชาชนหรือไม่ ถึงมีการตรวจสอบในลักษณะดังกล่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เป็นข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องส่งมาให้ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่าเป็นตำรวจมียศทั้ง 4 ราย แต่จากการตรวจสอบพบว่า 1 ในนั้น ไม่ปรากฏว่าสังกัดใดใน ตร. ทั้ง 3 คนไม่ใช่อดีตนายตำรวจ เมื่อถามว่า ทั้ง 4 นายมีพฤติกรรมนานหรือยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า บางคนที่จับกุมอย่างต่อเนื่อง หรือบ่อยครั้ง คงต้องตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง เพราะว่าบางทีคนที่จับเก่งอาจมีการเลือกปฏิบัติ คือ รู้ระบบการทำงานของตำรวจ หาช่องทางในการหาผลประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกเหนือจาก 4 รายที่มีรายชื่อบุคคลที่มีลักษณะรู้จักกัน ช่วยเหลือกัน ไม่ได้มีอิทธิพลเองแต่เป็นบรรดาเครือญาติ มีลักษณะอย่างไร พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องอยู่ในความถูกต้อง ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและผล ถ้าไม่เชื่อมโยง ไม่เกี่ยวข้อง แต่ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ขอยืนยันว่าจะยึดหลักในการทำงานที่ถูกต้องชอบธรรม ท่าน ผบ.ตร.บอกแล้วว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ส่วนคนที่คิดจะกระทำความผิดขอให้เลิกเสีย หรือทำความผิดไปแล้วขอให้เลิกเสีย หันมาร่วมมือกัน คืออย่างน้อยที่สุด มันเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ในส่วนของข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง ส่งรายชื่อให้ตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ยังไม่มี เบื้องต้นมีเพียง 4 รายชื่อเท่านั้น และเร่งรัดขยายผลว่ากลุ่มใดสามารถดำเนินการได้ จะเร่งกวาดล้างให้สิ้น แต่จะมีกลุ่มใดบ้างนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะที่ผ่านมาสั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) และ ผบก.น.6 ไปตรวจสอบในพื้นที่ ว่ามีการเรียกค่าคุ้มครองหรือไม่ รับรายงานว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอดีต ที่เรียกมาปรับความเข้าใจกันแล้ว ถ้ามีพฤติกรรมดังกล่าวยืนยันว่าจับทันที

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า อีกกลุ่มที่เป็นผู้มีอิทธิพลในส่วนของวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง นอกจากในพื้นที่ บก.น.2 มีในพื้นที่ใดหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากยังไม่พบการกระทำความผิด เมื่อถามว่า ในส่วนของ บช.น.มีจุดไหนที่มองเป็นพิเศษว่ามีการสร้างอิทธิพล แบ่งเครือข่ายชัดเจนบ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือรู้ว่าทุกจุดอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องดำเนินการเป็นความลับ เพราะการกวาดล้างอิทธิพล จะไปบอกล่วงหน้าไม่ได้ สรุปว่าเฝ้ามองทุกจุดใน บช.น.แน่นอน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะฝากถึงกำลังพลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะมีความผิดอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ฝากไปถึงผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือพลเรือน หรือฝ่ายอื่น ฝ่ายใดก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างผู้มีอิทธิพลทั้ง 16 กลุ่ม ดังนั้นขอให้ข้าราชการและผู้กระทำความผิด ลด ละ เลิก ซะ หันมาร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย และทุกคนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

“หากพบว่ามีกำลังพล หรือข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง ไล่ออกยังไม่พอ จะต้องดำเนินคดีอาญาด้วย เช่น กรณี สน.บวรมงคล ก็ต้องดำเนินคดีทุกอย่าง ทั้งวินัย และอาญา” รรท.ผบช.น.กล่าว