เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พลตำรวจตรีธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะ พันตำรวจโทประวิทย์ เอ่งฉ้วน รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและการจัดการทุจริตธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายบอริส คราซิมิรอฟ ตุรุมแบดซิเอฟ ผู้ต้องหาชาวบัลแกเรีย อายุ 31 ปี ที่ถูกจับกุมในข้อกล่าวหาปลอมใช้และมีไว้เพื่อใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม พร้อมกันนี้ยังยึดของกลางเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจำนวน 130 ใบ หนังสือเดินทางประเทศบัลแกเรีย และเครื่องอ่านแถบแม่เหล็กสีเงินดำยี่ห้อ MSR X6 พร้อมสายสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อีก 1 ชุด รวมมีของกลางทั้งหมด 13 รายการ
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ถนนเลียบหาดกะรน ใกล้สวนสาธารณะหนองหาร ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ต่อเนื่องกับโรงแรม Welcome Bienvenue ห้องพักหมายเลข 225 อาคารถนนนาในซอย 2 ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 18 มกราคมเวลาประมาณ 12.30 น.
สำหรับพฤติกรรมในการจับกุมนั้นก่อนการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนของธนาคารกสิกรไทย ว่ามีชาวต่างประเทศนำเอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นมาตระเวนกดเงินสดจากตู้ ATM ของธนาคารในพื้นที่ตำบลป่าตอง ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ และตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง
จากการตรวจสอบพบว่าเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา จึงขอให้ทีมสืบสวนเข้าทำการสืบสวน จากการสืบสวนและการวิเคราะห์แผนประทุษกรรม เจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายจะต้องก่อเหตุอีกและเชื่อว่าคนร้ายน่าจะพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จึงได้วางแผนเพื่อที่จะติดตามจับกุม ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม ทีมสืบสวนพบชายชาวต่างประเทศกำลังใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมไปกดใช้กับตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่แฟมิลี่มาร์ทถนนภูเก็ต-ศิริราชย์ ตำบลป่าตอ งอำเภอกะทู้จังหวัดภูเก็ต มีลักษณะเด่นคือสวมหมวกเหมือนกับคนร้ายที่มักนำเอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ไปตระเวนกดตามที่ต่างๆ และกำลังเดินไปขึ้นรถเก๋งและขับออกไปทางหาดกะรน
ดังนั้น ทีมสืบสวนจึงติดตามไปและพบว่าคนร้ายรายนี้จอดรถยนต์ที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นถนนเลียบหาดกะรน ใกล้กับสวนสาธารณะหนองหารและนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปทำรายการที่ตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย จึงเข้าจับกุมตัวและค้นในตัวพบบัตรอิเล็กทรอนิกส์พร้อมของกลางและนำไปตรวจค้นที่ห้องพัก พบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมอีกจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพียง 2 ครั้งก่อนหน้านี้เข้ามาครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและกลับออกไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ส่วนในครั้งนี้เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 11 มกราคม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจพบว่าการกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมถึงวันที่ 18 มกราคม เวลา 12.30 น.และถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ที่ใช้เวลาในการสืบสวนและนำไปสู่การจับกุมได้อย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าหากจับกุมไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวหากนักท่องเที่ยวไม่เชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มแล้วการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวจะหายไปจำนวนมาก อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศเนื่องจากร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวมักจะใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น

