ที่มา : มติชนรายวัน
ทําไมต้องไหว้ในสิ่งที่ไม่น่าไหว้ ทำไมต้องกราบด้วยท่วงท่าสงบ ราวถูกสยบอย่างราบคาบกับสิ่งที่ไม่ควรจะกราบ
พฤติการณ์บอกถึงลักษณะนิสัยที่ชอบพึ่งพา สิ่งที่มีอิทธิพล กับ ผู้มีอิทธิพล ซึ่งกินความหมายกว้างขวางไล่ไปตั้งแต่สิ่งไม่มีชีวิตจนถึงสิ่งมีชีวิต
แต่ที่ว่าจะมีการปราบกันนั้น เป็นพวกที่มีชีวิต ซึ่งน้อยนักที่จะปราบกันจริงๆ !
เหตุผลคือ
ผู้ที่จะมีอิทธิพลจริงๆ ในสังคมไทยนั้น จะเป็น คนกระจอก ไม่ได้
ประการต่อมา เมื่อไม่ใช่ คนกระจอก ก็ย่อมมีเครือข่ายโยงใยสายสัมพันธ์กับผู้คนในวงการต่างๆ ในระดับต่างๆ อย่างกว้างขวางจนสุดประมาณ
จึงได้มีอิทธิพล !!
แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ความมีอิทธิพล นั้นก็ไม่ได้เป็นความเลว ไม่ได้เป็นความชั่ว
ตัวอย่าง
คนไทยให้การยอมรับกับคำว่า ใหญ่
ใหญ่ ที่ว่าสำหรับสังคมไทยมักจะวัดกันจาก ชื่อเสียง ตระกูล เป็นนักการเมือง เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร เป็นคหบดี เป็นเศรษฐี หรือเป็นคนที่มีกิจการมีลูกน้องมากๆ เป็นหัวหน้ากลุ่ม
ว่ากันตามจริงแล้ว ที่ใหญ่สุดในสังคมแบบไทยๆ นั้นคงไม่พ้นบิ๊กทหาร บิ๊กตำรวจ และบิ๊กต่างๆ ในวงราชการที่มีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง
ถ้าพลเมืองริจะตั้งตัว เป็นใหญ่ ริจะสั่งสมอิทธิพล ริจะเป็นผู้กว้างขวาง ริจะสร้างเครือข่ายสยายปีกออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น พลเมืองต้องวิ่งเข้าซบ ข้าราชการ
พูดกันอำๆ ว่า ในสังคมที่มีวัฒนธรรมแบบกึ่งศักดินานี้ ผู้มีอิทธิพล ตัวจริงคือข้าราชการ
จะปราบผู้มีอิทธิพล ต้องเริ่มที่ปราบข้าราชการ !
เมื่อได้ยินว่า รัฐบาลท่านจะปราบ ผู้มีอิทธิพล จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะล้มเหลวเหมือนที่ผ่านๆ มา
เพื่อความไม่คลุมเครือ ไม่ให้มีใครลักไก่ ไม่ให้มีใครผวา สะดุ้ง หรือสยองก็ควรจะต้องนิยามคำว่า ผู้มีอิทธิพล ให้ชัดเจน ว่าคืออะไร และใคร
ส่วนผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม ทำผิดกฎหมายนั้นต้องปราบปรามอย่างจริงจังทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว แต่สงสัยว่าทำไมจะต้องรอให้สั่ง !?!!

