คอลัมน์ เหยี่ยวถลาลม : ปราบผู้มีอิทธิพลอีกแล้วรึ

12.03.16 | 14:42 น.

ที่มา : มติชนรายวัน

ทําไมต้องไหว้ในสิ่งที่ไม่น่าไหว้ ทำไมต้องกราบด้วยท่วงท่าสงบ ราวถูกสยบอย่างราบคาบกับสิ่งที่ไม่ควรจะกราบ

พฤติการณ์บอกถึงลักษณะนิสัยที่ชอบพึ่งพา สิ่งŽที่มีอิทธิพล กับ ผู้มีอิทธิพลŽ ซึ่งกินความหมายกว้างขวางไล่ไปตั้งแต่สิ่งไม่มีชีวิตจนถึงสิ่งมีชีวิต

แต่ที่ว่าจะมีการปราบกันนั้น เป็นพวกที่มีชีวิต ซึ่งน้อยนักที่จะปราบกันจริงๆ !

เหตุผลคือ

Advertisement

ผู้ที่จะมีอิทธิพลจริงๆ ในสังคมไทยนั้น จะเป็น คนกระจอกŽ ไม่ได้

ประการต่อมา เมื่อไม่ใช่ คนกระจอกŽ ก็ย่อมมีเครือข่ายโยงใยสายสัมพันธ์กับผู้คนในวงการต่างๆ ในระดับต่างๆ อย่างกว้างขวางจนสุดประมาณ

จึงได้มีอิทธิพล !!

แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ความมีอิทธิพลŽ นั้นก็ไม่ได้เป็นความเลว ไม่ได้เป็นความชั่ว

ตัวอย่าง

คนไทยให้การยอมรับกับคำว่า ใหญ่Ž

ใหญ่Ž ที่ว่าสำหรับสังคมไทยมักจะวัดกันจาก ชื่อเสียง ตระกูล เป็นนักการเมือง เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร เป็นคหบดี เป็นเศรษฐี หรือเป็นคนที่มีกิจการมีลูกน้องมากๆ เป็นหัวหน้ากลุ่ม

ว่ากันตามจริงแล้ว ที่ใหญ่สุดในสังคมแบบไทยๆ นั้นคงไม่พ้นบิ๊กทหาร บิ๊กตำรวจ และบิ๊กต่างๆ ในวงราชการที่มีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง

ถ้าพลเมืองริจะตั้งตัว เป็นใหญ่Ž ริจะสั่งสมอิทธิพล ริจะเป็นผู้กว้างขวาง ริจะสร้างเครือข่ายสยายปีกออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น พลเมืองต้องวิ่งเข้าซบ ข้าราชการŽ

พูดกันอำๆ ว่า ในสังคมที่มีวัฒนธรรมแบบกึ่งศักดินานี้ ผู้มีอิทธิพลŽ ตัวจริงคือข้าราชการ

จะปราบผู้มีอิทธิพล ต้องเริ่มที่ปราบข้าราชการ !

เมื่อได้ยินว่า รัฐบาลท่านจะปราบ ผู้มีอิทธิพลŽ จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะล้มเหลวเหมือนที่ผ่านๆ มา

เพื่อความไม่คลุมเครือ ไม่ให้มีใครลักไก่ ไม่ให้มีใครผวา สะดุ้ง หรือสยองก็ควรจะต้องนิยามคำว่า ผู้มีอิทธิพลŽ ให้ชัดเจน ว่าคืออะไร และใคร

ส่วนผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม ทำผิดกฎหมายนั้นต้องปราบปรามอย่างจริงจังทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว แต่สงสัยว่าทำไมจะต้องรอให้สั่ง !?!!