อุกอาจ! คนร้ายปล้นเงินพ่อค้าเพชร 60 ล้านบาท ในลานจอดคอนโดรัชดาพาวิเลียน ตำรวจรุดตรวจสอบ

3.10.17 | 14:25 น.

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น.เดินทางมาตรวจสอบเหตุและติดตามความคืบหน้าเหตุกลุ่มคนร้าย 4-5 คน ก่อเหตุปล้นทรัพย์เงินสกุลเยนจำนวน 197.96 ล้านเยนคิดเป็นเงินประมาณ 60 ล้านบาท พร้อมรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน ป้ายแดง ส 5178 กรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 2 ตุลาคม ที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาเวลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของทรัพย์สินคือ นายภัทริศหรือโต้โต้ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี กรรมการบริษัทจีแอนด์จี สโตนส์ จำกัด ประกอบกิจการจำหน่ายจิวเวลรี มอบหมายให้นายสุวิทย์ แต้รัตนชัย น้องชายและนายณรงค์ สวัสดิ์ผล ลูกจ้าง นำสินค้าไปขายให้กับลูกค้าที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยมีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 2 ตุลาคม เวลาประมาณ21.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยนายภัทริศ มอบหมายให้นายกิตติพงษ์ พึ่งยิ้ม และนายจิรภัสส์ พิทักษ์กิจวัฒน์ ลูกจ้าง ขับรถยนต์ไปรับนายณรงค์ชัย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนนายสุวิทย์ อยู่ประสานกับลูกค้าที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ นายณรงค์ชัย ได้มอบกระเป๋าเงินสดค่าจิวเวลรีจำนวน 197.96 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทย 59,388,000 บาทให้กับนายจิรภัสส์และนายกิตติพงษ์ และได้ขอแยกตัวกลับ เนื่องจากภรรยามารับที่สนามบิน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากนั้นนายจิรภัสส์ ได้นำเงินสดใส่ในรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีขาว ทะเบียน 4กบ 7806 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำมามอบให้กับนายภัทริศ ที่รัชดาพาวิลเลี่ยน มีนายกิตติพงษ์ ขับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียนป้ายแดง ส5179 กรุงเทพมหานคร นำหน้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ หลังจากทั้งสองคนจอดรถแล้ว และกำลังเดินลากกระเป๋าเงินเข้าไปในคอโดมิเนียมดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและนามสกุลสวมเสื้อและกางเกงขายาว สีดำ หมวกไหมพรมสีดำ ปิดบังใบหน้า ประมาณ 4-5 คน ใช้อาวุธปืนเล็งใส่นายกิตติพงษ์และนายจิรภัสส์ จากนั้นได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายทั้ง2คน ใช้เชือกมัดมือเท้า และนำกระสอบคลุมศีรษะและร่างกาย และชิงเอาเงินสดและรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียนป้ายแดง ส 5179 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป ต่อมานายภัทริศ ผู้เสียหาย ทราบเรื่อง จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.นวพล วิทยเกริกไกร รองสว.(สอบสวน)สน.พหลโยธิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด