เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พอจะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานขณะนี้คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 คาดว่าภายในพรุ่งนี้จะสามารถออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ ส่วนการสอบปากคำ มีการสอบตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ปาก ทั้งผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บ และเตรียมเชิญคู่ค้าทางธุรกิจในต่างประเทศ มาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนการสอบปากคำลูกน้องและคนใกล้ชิด รวมทั้งผู้ที่เคยทำงานกับผู้เสียหายประมาณ 10 คน พล.ต.ท. ชาญเทพ ระบุว่า จะเชิญมาสอบถามข้อมูลเร็วๆ นี้ สำหรับคดีดังกล่าวจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการปล้นเงิน และการทำธุรกรรมของผู้เสียหาย ว่ามีการทำธุรกรรมถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเมื่อปี 2559 นายภัทริศ เคยถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ป.ป.ง.) ถูกดำเนินคดีในความผิดไม่สำแดงเงินสดเข้าประเทศ หรือ ดีแคลร์
พล.ต.ท.ชาญเทพ ยืนยันว่า จะสามารถจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายได้เร็วๆ นี้ เนื่องจากคดีนี้ไม่ซับซ้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาร่วมประชุมพร้อมกับ พล.ต.ท.ชาญเทพ และชุดสืบสวนสอบสวน ที่สน. พหลโยธินด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยผู้ร่วมขบวนการเป็นกลุ่มเครือข่ายกับผู้เสียหายได้ 3 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลร่วมขบวนการเพิ่มเติม

