ภ.1รวบหนุ่มหึงโหดอุ้มฆ่าแฟนสาวพนง.การท่าฯ กระซวกตายคามือโยนศพทิ้ง

13.03.16 | 14:34 น.

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ฐิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จว.สระบุรี แถลงผลการจับกุมคดีอุกฉกรรจ์ ระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคมที่ผ่านมา คดีอุ้มฆ่าแฟนสาว จับกุมนายธนัฐพงศ์ กุลรักษา หรือบิ๊ก อายุ 27 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสระบุรีที่ 183/2559 ลงวันที่ 12 มีนาคม ฐานฆ่าผู้อื่น พร้อมของกลาง รถเก๋งยี่ห้อมาสด้า2 สีเทา ทะเบียน กร 8318 นครราชสีมา จำนวน 1 คัน พรมปูพื้นในรถสีดำ พร้อมผ้าคลุมเบาะที่นั่งในรถสีดำ-แดง (มีคราบเลือด) จำนวน 1 ชุด กล่องซองบุหรี่ ยี่ห้อมารล์โบโร่ สีดำ-ฟ้า จำนวน 1 กล่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นโน้ต 2 สีดำ ใส่ซิมหมายเลข 088-494-*** จำนวน 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่นซี5 สีดำ ไม่ใส่ซิมการ์ด จำนวน 1 เครื่อง

พล.ต.ต.รณศิลป์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มีนาคม เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวอยู่บริเวณทุ่งนาริมถนนเลี่ยงเมือง ถนนหนองปลาไหล-กุดนกเปล้า หมู่ 6 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพหญิงสาวดังกล่าว คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 7 วัน ซึ่งในที่เกดเหตุพบเครื่องแบบเจ้าหน้าที่อากาศยานตกอยู่ โบว์สีดำของผู้หญิง และก้นบุหรี่ ภายหลังทราบว่า ผู้ตายชื่อ น.ส.อรพรรณ บุญกล่อม หรือกลอย พนักงานท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ดอนเมือง)

จากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ภายหลังจากผู้ตายเลิกงาน มีนายธณัฐพงษ์ แฟนหนุ่ม ที่คบกันหากันมานานกว่า 6 ปี มารับกลับบ้าน จากนั้นไม่มีคนพบเห็นผู้ตายอีก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสงสัยว่านายธนัฐพงษ์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตาย ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามนายธนัฐพงษ์ไปที่ดอนเมืองแมนชั่น

ด้านนายธนัฐพงษ์รับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม เวลาประมาณ 17.00 น. ขับรถเก๋ง มาสด้า2 สีเทา มารับผู้ตายที่อาคารผู้โดยสาร 1 สนามบินดอนเมือง จากนั้นพาไปกินข้าวและดูภาพยนตร์กันที่ห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. ขับรถพาผู้ตายไปส่งที่บ้านพัก บริเวณถนนสรงประภา ซอยไดรไอซ์ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งระหว่างทางมีปากเสียงกันตลอด เพราะจับได้ว่าผู้ตายแอบคบหากับชายอื่น จนกระทั่งถึงบริเวณหน้าปากซอยไดรไอซ์ ได้จอดรถคุยกับผู้ตายและมีปากเสียงกัน จึงใช้มีดพับสีดำ แทงเข้าที่หน้าอกของผู้ตาย 1 ครั้ง แล้วรีบขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้าน จ.นครราชสีมา ระหว่างทางผู้ตายพยายามดิ้นรน จึงใช้มีดแทงเข้าที่ลำตัวอีก 1 ครั้ง จนผู้ตายนิ่งไป แต่ยังหายใจอยู่ เมื่อมาถึงบริเวณถนนบายพาส อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ตนจึงโยนโทรศัพท์มือถือของผู้ตายลงข้างทาง แล้วขับรถเข้าไปในบริเวณเนินดินแล้วนำผู้ตายโยนลงจากรถ และกลับมาที่ห้องพัก ก่อนจะนำกระเป๋าถือของผู้ตาย ที่ประกอบด้วย เอกสาร บัตรประจำตัว และทรัพย์สินต่างๆ ไปเผาทิ้งขยะ ใกล้ๆ กองบิน 6 ดอนเมือง และในวันต่อมาวันที่ 6 มีนาคม ตนนำพรมรองเท้าภายในรถที่เปื้อนเลือดมาซัก แล้วใส่ถุง ก่อนจะไปฝากเพื่อนที่อยู่ภายในคอนโดเดียวกัน และซื้อพรมรองเท้าชุดใหม่มาแทน ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้

ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่า กำลังจะแต่งงานอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งที่ผ่านมาตนและผู้ตายมีปากเสียงบ่อยครั้ง จนถึงขั้นเลิกรา จนกระทั่งผู้ตายย้ายที่ทำงาน จึงสงสัยว่าผู้ตายจะมีคนอื่น แต่ผู้ตายปฏิเสธมาโดยตลอด โดยครั้งล่าสุดกิ๊กของผู้ตายได้ส่งรูปคู่มาให้ตนดู ตนจึงไปคุยกับผู้ตาย แต่ผู้ตายปฏิเสธ จึงเอารูปของผู้ตายและกิ๊กให้ดู ก่อนที่ผู้ตายจะด่าทอและมีปากเสียงกันตลอด จนกระทั่งลงมือแทงผู้ตายและนำศพไปทิ้งบริเวณดังกล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้นบิดา และมารดาของพนักงานอากาศยานดอนเมือง เดินทางมามอบกระเช้าดอกไม้ให้กับผบช.ภ.1 ระหว่างนั้นมารดาของผู้ตายร้องไห้ และหน้ามืด ล้มลงไป ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปปฐมฐมพยาบางเบื้องต้น ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนต่อไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่สภ.เมืองสระบุรี ได้นำตัวนายธนัฐพงษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งสิ้น5 จุด ประกอบไปด้วย จุดแรกที่บริเวณปากซอยสรงประภา 1 แยก4-1 หรือซอยสวรรณี 2 แขวงและเขตดอนเมือง ซึ่งเป็นจุดที่นายธนัฐพงษ์ ได้จอดรถคุยกับผู้ตายจนมีปากเสียงกัน ก่อนที่คนร้ายจะใช้มีดพับ สีดำ แทงเข้าที่หน้าอกของผู้ตาย 1 ครั้ง และได้ขับรถมุ่งหน้าออกไปที่จ.นครราชสีมา จุดที่สอง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวได้นายธนัฐพงษ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง ซอยสรณคมน์ 7และ 9 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง โดยเป็นจุดที่หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้สวมรอยเล่นเฟสบุ๊คของผู้ตาย เพื่อคุยกับเพื่อนๆว่าผู้ตายมีแฟนใหม่ชื่ออาร์ท และปลอดภัยดีไม่ได้เป็นอะไร และจุดที่สาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปพงหญ้า ภายในซอยเทิดราชัน 9 ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาให้การว่า หลังจากทิ้งศพผู้ตายแล้ววันต่อมาก็ได้นำกระเป๋าถือของผู้ตาย ที่ประกอบด้วย เอกสาร บัตรประจำตัว และทรัพย์สินต่างๆ ไปเผาทิ้งขยะที่พงหญ้าดังกล่าว อย่างไรก็ตามขณะที่ทำการชี้จุดนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณพงหญ้าดังกล่าวก็พบเศษเหรียญ พาวเวอร์แบงค์ สายชาร์ทโทรศัพท์มือถือ และน้ำหอมของใช้ส่วนตัวที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของผู้ตายที่ถูกผู้ต้องหานำมาเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเก็บไว้เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบ ก่อนนำตัวไปชี้จุดทิ้งศพและอาวุธมีดโทรศัพท์ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีต่อไป