พล.ต.ท.ศานิตย์-ผู้บริหารเอสซีบี แจงเซ็นเซอร์ป้องกันเพลิงไหม้ทำงาน-ตัดออกซิเจน

14.03.16 | 08:53 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. พร้อมนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุประมาณ 30 นาที ก่อนที่นายวิชิต ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีไฟไหม้ ไม่มีการเกิดเพลิงไหม้ และไม่มีการระเบิด ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากระบบการป้องกันไฟไหม้ของธนาคารภายในชั้นใต้ดิน ซึ่งชั้นดังกล่าวได้ติดตั้งระบบป้องกันไฟเพิ่มขึ้น จากระบบน้ำ เป็นระบบแก๊ส แต่ห้องดังกล่าวมีระบบป้องกันเพลิงไหม้โดยใช้แก๊สไฮโดรครีน เพราะหากมีการใช้ระบบน้ำจะเป็นการทำลายเอกสาร และในเหตุการณ์เมื่อมีผู้รับเหมาไปทำงานภายในห้องดังกล่าว ทำเกิดการกระตุ้นระบบแก๊สทำงานผิดปกติ ทำให้ระบบดับไฟที่ใช้แก๊สทำงาน หน้าที่ของแก๊สคือทำให้ออกซิเจนน้อยลง เพราะหากมีออกซิเจนน้อยทำให้ไฟดับเอง

เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีคนอยู่ภายในห้องจำนวนมาก ทำให้ขาดออกซิเจน เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตนขอแสดงความเสียใจที่มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนเอกสารสำคัญภายในห้องดังกล่าว ไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุก็จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเกิดจากอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมคนงานถึงออกมาไม่ได้ นายวิชิตกล่าวว่า คือในห้องเก็บเอกสาร เวลาที่ระบบแก๊สทำงานจะตัดออกซิเจนภายในห้องจนหมดอย่างรวดเร็ว เมื่อสำลักแก๊สก็จะสลบทันที

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีคนงานที่เข้าไปทั้งหมดกี่คน นายวิชิตเปิดเผยว่า เข้าไปประมาณ 20 คน ซึ่งปกติจะทำการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของอาคาร จะดำเนินการในวันหยุด ในวันจันทร์จะได้ไม่ต้องมาทำงาน แล้วรบกวนคนที่ธนาคาร ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ไปยังห้องที่เกิดเหตุแล้ว ยืนยันว่าไม่มีคนเจ็บหลงเหลืออยู่แล้ว และในวันนี้จะจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

S__5537894

Advertisement

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ว่าเกิดระบบขัดข้อง ด้านรักษาความปลอดภัยในการป้องกันเพลิง เนื่องจากมีผู้รับเหมาเข้าไปต่อเติมภายในชั้นใต้ดิน ของห้องนิรภัยใช้เก็บเอกสาร ระหว่างที่ต่อเติมมีเศษกลุ่มควันไปโดนระบบเซ็นเซอร์ ทำให้ระบบไล่อากาศอัตโนมัติทำงาน ทำให้ช่างที่อยู่ภายในห้องขาดอากาศหายใจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 10 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 10 ราย ต่อไปจะให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบ เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำโดยประมาทต่อไป